หน้าแรก ภูมิภาค ชาวกัมพูชา ร้...

ชาวกัมพูชา ร้องหน่วยงานไทย-เขมร จี้สำนักข่าวออนไลน์ดังขอโทษหลังใช้คำไม่เหมาะสมกล่าวหา

4.08.17 | 17:32 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่บริเวณประตูทางเข้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา ที่ประกอบการค้าภายใน ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กว่าร้อยคน นำโดยมีนายอ๊ก บุญเฮง กำนัน ต.โอรเสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ,นาย ชัย เฮง และนายเนตร ซึ่งเป็นตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา ร่วมกันยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมผ่าน นายพัฒนา ชื่นยงค์ ผู้จัดการอาวุโสตลาดการค้าชายแดนช่องจอม เพื่อยื่นต่อ สมาคมมิตรภาพ ไทย-กัมพูชา เพื่อให้สมาคมฯและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของไทย เป็นตัวแทนผู้ค้า ช่วยดำเนินการเรียกร้องให้สำนักข่าวแห่งหนึ่ง ออกมาแสดงความรับผิดชอบและออกมาขอโทษ

กรณีที่สำนักข่าวพาดหัวข่าว การลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และมีการนำเสนอข่าวทั้งโพสต์ในโซเชี่ยล และสื่อออนไลน์ ด้วยการพาดหัวข่าวที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง ไม่เหมาะสม โดยใช้คำว่า”เขมรสุดกร่าง” ทำให้บรรดาชาวกัมพูชาจำนวนมาก ออกมาต่อต้านคัดค้านและประณามการนำเสนอข่าวเชิงลบแบบดังกล่าว พร้อมนำป้ายไวนิล มีข้อความแสดงความไม่พอใจ โดยชาวกัมพูชาต่างยืนยันว่า ชาวกัมพูชาทุกคนทำมาหากินสุจริตขอให้แยกแยะด้วย จนปัญหาดังกล่าวกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลทั้งในฝั่งไทยและกัมพูชาขึ้นมาทันที ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบด้านความมั่นคงชายแดนและความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างประเทศขึ้นมาได้

ทั้งนี้ใจความสำคัญในหนังสือระบุว่า “กรณีที่มีสื่อมวลชนไทยบางสำนักข่าว พาดหัวข่าวที่ใช้คำว่า “เขมร สุดกร่าง” ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกเสมือนดูหมิ่นชาวกัมพูชาที่มาทำมาหากินและค้าขายในผืนแผ่นดินไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ภายในตลาดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาแห่งนี้ ต่างประกอบอาชีพค้าขายกันอย่างสุจริตมายาวนานหลายสิบปี และเคารพกฎหมายของประเทศไทยมาโดยตลอด มีเอกสารผ่านแดนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทุกคน ไม่เคยประพฤติตัวและแสดงพฤติกรรม กร่าง หรือไม่เหมาะสม อย่างที่สื่อมวลชนดังกล่าวระบุ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบว่า สื่อมวลชนใช้คำที่ไม่เหมาะสมในลักษณะดังกล่าวมาก่อน ทำให้ชาวกัมพูชารับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องการให้สมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา และหน่วยงานภาครัฐ ของทางการไทยที่เกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการเรียกร้องให้สำนักข่าวดังกล่าว ที่นำเสนอข่าวอย่างไร้จรรยาบรรณ ไม่คำนึงถึงผลกระทบภาพรวมในวงกว้าง ออกมาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษชาวกัมพูชา ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุการณ์ที่ชาวกัมพูชา ไม่พอใจและรวมตัวยื่นหนังสือดังกล่าว เกิดขึ้นจากกรณีที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งนำเสนอข่าวการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และใช้คำที่ไม่เหมาะสม จนมีผลกระทบต่อความรู้สึกของชาวกัมพูชาดังกล่าว ซึ่งหลังเป็นกระแสออกมา นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ทราบเรื่องได้มีคำสั่งให้นายประภาส ศรีจันทร์เวียง นายอำเภอกาบเชิง ลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาทันที โดยนายอำเภอกาบเชิง ได้หารือและทำความเข้าใจกับนายอ๊ก บุณเฮง กำนันบ้านโอร์เสม็ด กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ทันที พร้อมกล่าวขออภัยและจะรีบทำความเข้าใจและทำหนังสื่อยื่นไปยังต้นสังกัดของสื่อสำนักดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้ทำความเข้าใจว่า อำเภอกาบเชิงและจังหวัดสุรินทร์ มีความสัมพันธ์ด้านการค้า การท่องเที่ยว ตลอดจนการแพทย์ของทั้งสองประเทศมาโดยตลอด ความไม่เข้าใจหรือบาดหมางครั้งนี้จะรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ไม่อยากให้ความสัมพันธ์มาบั่นทอนระหว่างกัน เพียงเพราะน้ำผึ้งหยดเดียว

Advertisement

ขณะที่ตัวแทนชาวกัมพูชา อีกกลุ่มได้เดินทางไปแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.กาบเชิง เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้ในเบื้องต้นแล้ว

สำหรับบรรยากาศภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอมพบว่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่ส่วนใหญ่ขายสินค้ามือสองต่างปิดร้านจำนวนมาก เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะมาจับกุมสินค้า หลังมีการนำเสนอข่าว โดยส่วนใหญ่ที่ปิดร้านเพราะไม่ทราบว่าสินค้ามือสองของตนเองที่จำหน่ายอยู่นั้นเป็นสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ทำให้บรรยากาศภายในตลาดเงียบเหงาไปถนัดตา

นายเนตร ตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา กล่าวว่า พวกตนหากินเช้าเย็นก็กลับ ทำตามระเบียบถูกต้อง เห็นข่าวออกมาว่าเขมรกร่าง มันดูไม่ดี ออกข่าวมาแบบนี้ทำให้ขายของไม่ได้ ลูกค้าไม่มีหากินไม่ได้ พวกตนไม่ได้กร่างแค่มาทำมาหากินเฉยๆ พวกเราเคารพกฎหมายทุกอย่าง แต่เขาเขียนมาแบบนี้มันไม่ถูก ขอให้ช่วยดูด้วยครับ

นางสิโวน บัน กล่าวว่า พวกเรามาขายของที่นี้ ไม่ได้มาทำผิดกฎหมาย เขาสั่งให้ทำอะไรเราทำตามทุกอย่าง มีทั้งบอร์เดอร์พาส และบัตรต่างด้าวให้ด้วย แล้วเขามาพูดแบบนี้มันดูถูกกันมาก เสียใจมากไม่อยากให้เขามาว่าแบบนี้กับชาวกัมพูชา ตอนนี้การค้าขายก็ลำบาก

ด้านนายอ็ก บุญเฮง กำนันต.โอร์เสม็ด ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งได้พบกับนายอำเภอกาบเชิงถึงกรณีดังกล่าวว่า มีการกล่าวคนกัมพูชาไม่ดี (เขมรกร่าง) ชาวกัมพูชาเองก็มีทั้งคนดีและไม่ดี ซึ่งคนดีมีมากกว่า ก็ไม่สบายใจที่มีการเหมารวมหมด โดยเฉพาะการใช้คำ ซึ่งเขาใช้คำว่าเขมรกร่าง เป็นคำที่กระทบจิตใจชาวกัมพูชา โดยต้องจะใช้คำว่าชาวกัมพูชา ที่ผ่านมาชาวกัมพูชาเองก็ขอขอบคุณทางหน่วยงานรัฐของไทย รัฐบาลไทยที่ได้อนุญาตชาวกัมพูชาเข้ามาทำมาหากินและไม่คิดจะไปที่ไหน ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างมาก

นายพัฒนา ชื่นยงค์ ผู้จัดการอาวุโสตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวภายหลังรับหนังสือจากตัวแทนชาวกัมพูชาว่า ชาวกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบได้ร้องมา เราจะนำเสนอไปยังผู้มีอำนาจและผู้หลักผู้ใหญ่ โดยเฉพาะทางสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา เพราะทางสมาคมฯนั้นได้ใกล้ชิดกับทางกัมพูชามากที่สุด ทางตลาดเอง ไม่มีภาวะในจุดนั้น ซึ่งทางเราเองก็รู้สึกไม่สบายในที่เกิดเรื่องกรณีเช่นนี้ เพราะสื่อมวลชนที่เสนอข่าวออกไปอาจไม่ได้พิจารณา โดยเฉพาะการใช้คำว่า เขมร เขมรกร่าง ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทำให้ชาวกัมพูชาเกิดความไม่สบายใจ และก็กระทบกับการค้าขายชายแดนซบเซา ซึ่งอนาคตก็จะก้าวกระโดดไปเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ก็น่าเสียดาย อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นได้คลี่คลายลงโดยเร็ว ชาวกัมพูหนีร้อนมาพึ่งเย็น จากที่ชายแดนเคยเป็นสนามรบก็มาเป็นสนามการค้า ทำมาค้าขายกันกับคนไทยอย่างปกติสุข อยู่กันมาแบบบ้านพี่เมืองน้องมายาวนาน แต่สื่อมวลชนสำนักดังกล่าวกลับใช้คำที่ไม่เหมาะสมและกระทบกระเทือนกับสภาพจิตใจของชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างคนไทยและกัมพูชา ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน และอาจจะลุกลามส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องของความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง

ส่วนกรณีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทางหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ก็ได้มีการตรวจจับกุมและดำเนินคดีชาวกัมพูชาที่ลักลอบขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดอยู่แล้ว ส่วนตลาดการค้าชายแดนช่องจอมก็ไม่ได้นิ่งดูดาย มีการการกวดขัน และประชาสัมพันธ์กับผู้ค้าภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอมมาอย่างต่อเนื่อง ว่าห้ามจำหน่ายและไม่สนับสนุนให้มีการค้าขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในพื้นที่ๆที่เกี่ยวข้องรวมทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาในพื้นที่ ต่างต้องการผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ อยู่แล้ว หรืออาจจะมีผู้ไม่หวังดีก็ตาม ก็อยากให้คำนึงถึงเศรษฐกิจส่วนรวมด้วย เพราะทำให้การค้าชายแดนซบเซาและได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง สวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมและผลักดันเรื่องการค้าการลงทุนชายแดน โดยเฉพาะ จ.สุรินทร์เอง ก็มีนโยบายให้ จ.สุรินทร์และ จ.อุดรมีชัย เป็นเมืองคู่มิตรกัน ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด และเป็นประตูด่านที่สำคัญของชายแดนอีสานใต้