หน้าแรก ภูมิภาค “เลี้ยง...

“เลี้ยงเองก็รัก” พระสำนักสงฆ์พร้อมทำรั้วสูงขึ้น หวังหมีแก้ว ได้กลับมาอยู่วัด

4.08.17 | 20:20 น.

กระแสดรามาหมีกัดคนยังไม่หยุด! รองผู้ว่าฯเพชรบูรณ์โพสท้วงถ้ารักห่วงหมีให้ช่วยสร้างบ้านใหม่ให้ ด้านพระสำนักสงฆ์ฯเผยหากได้แก้วกลับคืนพร้อมปรับปรุงรั้วให้สูงขึ้นอีก

หลังจากเกิดเหตุการณ์หมีควายเพศเมีย สัตว์เลี้ยงของสำนักสงฆ์สมุนไพรหลวงปู่ละมัย ฐิตมโน ต.บ้านโตก อ.เมืองเมืองเพชรบูรณ์ ก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านปางตาย กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่นำไปดูแลต่อที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ ต่อมาเกิดกระแสดรามาบนโลกโซเชียลโดยเหล่าแฟนเพจทั้งหลายต่างพร้อมใจกันปลุกกระแสเรียกร้องให้พาแก้วกลับบ้าน หลังเห็นแก้วหมีควายเพศเมียตัวนี้ ถูกจับขังในกรงทึบๆภายในสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าเขาค้อ จนตั้งคำถามแบบโดนใจ “หมีกับคนถูกกัดใครผิด?” ขณะเดียวกันล่าสุด นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้โฟสเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นเช่นกัน โดยบอกว่า “ถ้ารักเจ้าแก้ว ห่วงเจ้าแก้ว ช่วยกันปรับปรุงหรือสร้างบ้านให้มัน ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากันดีมั้ยครับ อย่างน้อยเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่เขาได้ทำงานตามหน้าที่ครับ” โดยมีเหล่าแฟนคลับเห็นคล้อยตามกับแนวคิดดังกล่าว

ด้านพระธเนศ ติขะญาโณ พระดูแลสำนักสงฆ์ กล่าวถึงกรณีที่ชาวโซเชียลช่วยผลักดันให้พาแก้วหมียักษ์กลับบ้านว่า ขอบคุณทุกคนที่ห่วงและรักแก้ว อาตมาก็อยากให้แก้วกลับมาที่อยู่ที่วัดเช่นกันเพราะเลี้ยงแก้วก็รัก อีกอย่างเป็นสัตว์ที่หลวงพ่อเลี้ยงไว้ก็อยากให้อยู่คู่กับวัด ส่วนสถานที่เลี้ยงปกติก็ไม่เคยมีปัญหาเมื่อก่อนไม่มีกำแพงไม่มีกรงด้วยซ้ำไปก็ไม่เห็นแก้วกัดใคร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากถ้าไม่เข้าไปหาแก้วเองแล้วจะโดนถูกกัดไหม และคอกที่แก้วอยู่ก็ถือว่ามาตรฐานมีรั้วกำแพงคอนกรีตรอบ มีกรงสำหรับนอนพักและมีพื้นที่ให้เดินเล่นบนเนื้อที่ราวเกือบ 2 ไร่ อย่างไรก็ตามหากให้แก้วกลับมาอยู่ที่เดิมทางวัดก็พร้อมปรับปรุงจะล้อมรั้วให้สูงขึ้นจะได้ไม่มีใครปีนขึ้นไปอีก หรือหากจะให้สร้างคอกให้ใหม่ก็พร้อมเนื่องจากที่ดินวัดมีเกือบ 500 ไร่ จะกันเป็นพื้นที่เขตหวงห้ามก็ยินดี ดีกว่าเอาแก้วไปขังในกรงแบบนี้

“ส่วนจะมีผู้บริจาคเพื่อสร้างคอกให้แก้วที่วัดหากได้กลับมาก็ขอสาธุด้วยหากทำได้ สำหรับยุติการแจกหมูแม้ทางวัดจะประกาศไปชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีชาวบ้านเดินทางมาติดต่ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีผู้โทรศัพท์ติดต่อมาไม่หยุดตลอดทั้งวันแม้กระทั่งกลางคืนก็ไม่เว้น”พระธเนศกล่าว

Advertisement