เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 สิงหาคม ที่ สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนายอเนกพันธ์ อินทรักษา หรือแก็ป อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของกิจการคาร์แคร์ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานการทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าคาร์คาร์ที่ได้มีการเซ้งร้านไปตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ออกมาแสดงตัวด้วยความบริสุทธิใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รถยนต์หรูที่หายจากคาร์แคร์ดังกล่าว ที่ก่อนหน้านี้นายอเนกพันธ์เป็นเจ้าของ พร้อมกับเข้าพบ ร.ต.อ.ธนสรณ์ แช่มช้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
นายอเนกพันธ์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนต้องออกมาเปิดเผยเพราะตนเสียหาย ถูกขุดคุ้ยประวัติ ซึ่งที่สุดแล้วตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าของรถที่ชื่อนายพงษ์ได้มีการคุยกับตนแล้วว่า มีการฝากขายรถกันกับคนชื่อเมย์ โดยที่คนชื่อเมย์เอาไปขายโดยไม่ได้แจ้งนายพงษ์ เจ้าของรถ ตนก็ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายพงษ์ได้ขอให้ตนช่วยโทรหาเมย์ ซึ่งตนก็โทรให้และให้คุยกันเอง โดยไม่ขอข้องเกี่ยว
ขณะเดียวกัน น.ส.วรณิสร์ บัวรา หรือเมย์ อายุ 32 ปี ได้เดินทางมาที่ สภ.คูคต พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายพงษ์เจ้าของรถ ได้นำรถมาล้างที่ร้านจริง โดยขอให้ตนช่วยขายรถคันนี้ให้หน่อย ที่ผ่านมาตนก็สามารถติดต่อกับผู้ซื้อได้และมีการวางเงินมัดจำกันในราคา 350,000 บาท โดยที่ทุกขั้นตอนนายพงษ์รู้หมดและมีการแชทคุยกันอยู่ตลอดถึงการขายรถและการจ่ายแคชเชียร์เช็ค เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ที่ทำให้ตนเป็นข่าวดังในโซเชียล เกิดจากภรรยานายพงษ์ เจ้าของรถไม่ทราบว่าสามีได้ขายรถหรูคันดังกล่าว จึงนำข้อความไปโพสต์ลงเฟสบุ๊ค ขณะเดียวกันวันที่ตนเข้าไปหานายพงษ์ เจ้าของรถที่บ้าน นายพงษ์ยังพูดกับตนเลยว่า เมย์จะให้พี่บอกภรรยาพี่ว่าอย่างไร หลังเกิดเหตุตนจึงประสานให้เด็กไปรับรถกลับจาก จ.ระยอง โดยมีการประสานกับร้อยเวร สภ.คูคต ว่าจะนำรถมาคืนต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.คูคต กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ ซึ่งตนขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และร้านคาร์แคร์ไม่มีการนำรถลูกค้าไปขายแน่นอน
ด้าน ร.ต.อ.ธนสรณ์ แช่มช้อย รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้เชิญตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด มาทำการสอบปากคำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใครเป็นผู้ให้ข้อมูลเท็จ และกระทำผิด ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ระหว่างการสอบสวน

