หน้าแรก ภูมิภาค นครพนมประกาศแ...

นครพนมประกาศแล้ว! 10 อำเภอภัยพิบัติน้ำท่วม น้ำอูนซัดคอสะพานทรุด พื้นที่เกษตรเสียหายกว่าแสนไร่

5.08.17 | 17:26 น.

วันที่ 5 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครพนม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครพนม ยังไม่คลี่คลาย โดยยังมีมวลน้ำก้อนใหญ่ไหลทะลักจากด้าน อ.พรรณานิคม อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ไหลหลากผ่านลำน้ำอูน เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาหว้า โดยเฉพาะที่ ตำบลนาคูนใหญ่ และ ตำบลนางัว ระดับน้ำยังท่วมสูง 60-80 ซ.ม. บางจุดรถเล็กยังไม่สามารถผ่านไปได้ ต้องใช้เรือลำเลียงสิ่งของอุปโภคบริโภคเข้าไปในพื้นที่เท่านั้น


ขณะเดียวกันได้เกิดเหตุกระแสน้ำได้ไหลกัดเซาะคอสะพานข้ามห้วยแคน ที่ถนนสายถนนทางหลวงหมายเลข 2346 สายศรีสงคราม-นาหว้า ช่วงหลัก กม.32+500 – กม.33+500 บริเวณสะพานห้วยแคน ก่อนเข้าตำบลนาคูณใหญ่ พื้นที่น้ำหลากซัดคอสะพานทั้งสองฝั่ง จนเป็นโพรงลึกกว่า 1 เมตร กว้าง 4 เมตร เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครพนม และแขวงทางหลวงศรีสงคราม และแขวงทางหลวงท่าอุเทน ต้องสั่งปิดการจราจร 1 ช่องทาง เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และเร่งระดมเข้าซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดเพิ่มเติมว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมา วัดปริมาณได้ 21.2 มม ระดับน้ำอูนที่สถานีสูบน้ำ กปภ. อ.ศรีสงคราม ในรอบ24 ชม.สามารถวัดได้ 9.88 ม. ลดลง 8 เซนติเมตร ส่วนในหลายพื้นที่ของ อ นาหว้า น้ำลดลง แสดงว่าเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือ สามารถผลักดันน้ำได้ผลระดับหนึ่ง ขณะที่บ้านนาคอยน้อย ต.นางัว อ.นาหว้า ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่จำนวนมาก แม้ว่าระดับน้ำจะไม่สูงนัก แต่เป็นน้ำที่สกปรกเพราะผ่านการชะล้างสิ่งหมักหมมต่างๆ การช่วยเหลือจึงต้องใช้ยาและเวชภัณฑ์ การสัญจรเส้นทางปกติถูกตัดขาด จึงต้องสัญจรเรือเป็นพาหนะเข้าในหมู่บ้าน

ทางด้านบ้านปากบัง หมู่ 2 ต.พิมาน อ.นาแก น้ำลดลงเล็กน้อย การคมนาคมยังคงใช้เรือท้องแบบขนลำเลียงสิ่งของเข้าไปในหมู่บ้านเช่นเดิม จากลักษณะภูมิประเทศของบ้านปากบังนั้น เป็นหมู่บ้านที่ลำน้ำก่ำและลำน้ำบังมาบรรจบกัน โดยลำน้ำทั้งสองสาย มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดสกลนคร ลำน้ำก่ำเกิดจากหนองหาร ไหลไปออกแม่น้ำโขงที่บ้านน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม ส่วนลำน้ำบังต้นกำเนิดอยู่ที่ อ.ปลาปาก จ.นครพนม รวมลำห้วยหลายสาขาที่ไหลมาจากสกลนครจนเป็นลำน้ำบัง ไหลมารวมกับลำน้ำก่ำที่บ้านปากบัง ทำให้หน้าฝนจะเกิดน้ำท่วมทุกปี สูงบ้างต่ำบ้างแล้วแต่ปริมาณฝนตก

Advertisement

สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม รายงานว่า ฝนกลุ่มใหญ่ปกคลุม สปป.ลาว. และด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแผ่ปกคลุม จ. หนองคาย,บึงกาฬ,สกลนคร,นครพนม,และมุกดาหาร เป็นฝนเบาถึงปานกลาง โดยแนวโน้มฝนกลุ่มนี้ขยับเข้าไปทาง สปป.ลาวอย่างช้าๆ คาดว่าจะทำให้มีฝนเบาถึงปานกลางตกต่อเนื่องในช่วงเช้าถึงเที่ยงวันนี้(5 ส.ค.) ส่วนในช่วงบ่ายคาดว่าฝนที่ตกในบริเวณ สกลนคร นครพนม มุกดาหารจะลดลง สำหรับปริมาณฝนที่สถานีอุตุนิยมวิทยา ตั้งแต่07.00น.เมื่อวานถึง 07.00น. วันนี้วัดได้ 83.6 มม. อยู่ในเกณฑ์ฝนตกหนัก ระดับน้ำโขงเวลา 06.00น. เช้าวันนี้ ที่ อ.เมืองนครพนม วัดได้ 9.16 ลดลงจากเมื่อวานนี้ 19 ซม. ขณะที่ธารน้ำใจหลั่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีมาอย่างต่อเนื่อง

นายปริญญา คัชมาตย์ ผอ.โครงการชลประทานนครพนม ได้มีหนังสือถึง ผวจ.นครพนม ว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากอิทธิพลของพายุ “เซินกา” เขื่อน อ่างเก็บน้ำ แม่น้ำ และลำห้วยต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ในการนี้ส่งผลให้เขื่อนน้ำอูน อ.พังโคน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำจำนวนมากไปด้วย และไหลล้นออกทางอาคารระบายน้ำล้น โดยประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม./วัน ลงสู่ลำน้ำอูน ซึ่งปริมาณน้ำจำนวนมากจะไหลมาและมีปริมาณน้ำจากลำน้ำสาที่มาลงในลำน้ำอูนอีก และไหลลงสู่ลำน้ำสงครามตามลำดับ แต่ลำน้ำอูนเล็กกว่าลำน้ำสงคราม ปริมาณนำที่นจะไหลลงสู่ลำน้ำสงครามเป็นไปได้ยาก ทำให้น้ำเอ่อล้นในลำน้ำอูนนั้น โครงการชลประทานนครพนม ขอให้ประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ทั้งสองฝั่งของลำน้ำอูน และในพื้นที่ลุ่มต่ำ เขต อ.นาหว้า ศรีสงคราม และท่าอุเทน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่จะไหลบ่าท่วมพื้นที่ โดยให้ขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ และโครงการชลประทานนครพนม จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ

นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมเป็นหน่วยประสานงานกับทุกหน่วย ทั้งกรมชลประทานและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทำงานกันเป็นทีม แม้ว่าจะเป็นลุ่มน้ำต่าง ๆ ที่กรมชลประทานดูแลอยู่ ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ประสานกับทุกหน่วยงาน ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น กฟผ. กองทัพเรือ กองทัพบก ตำรวจ และทุกหน่วยงาน จังหวัดเป็นผู้ประสานงาน โดยเราไม่ถือว่าเป็นหน้าที่ของกรมชลประทานเพียงอย่างเดียว เราถือว่าภาระของเราดูแลความเดือดร้อนของประชาชน เป็นหน้าที่ของจังหวัดนครพนม ที่ต้องเข้าไปดูแล แลประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้น้ำต่าง ๆ ลดระดับลงได้ในระดับหนึ่ง ทางจังหวัดนครพนม ได้ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม รวมเป็น 10 อำเภอ คือ นาหว้า ศรีสงคราม นาทม นาแก โพนสวรรค์ ท่าอุเทน ธาตุพนม โพนสวรรค์ วังยาง เรณูนคร (ยกเว้น อ.เมือง กับ อ.บ้านแพง) โดยมีชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 2,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วมากกว่า 1 แสนไร่