สกลนคร ยังวิกฤต บ.พอกใหญ่ อ.พรรณานิคม น้ำสูงท่วมหัว พบหลักเกณฑ์เยียวยายุ่งยาก
ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์ที่ จ.สกลนคร ยังพบว่าหลายพื้นที่ใน อ.พังโคน อ.วานรนิวาส อ.อากาศอำนวย อ.พรรณานิคม อ.โพนนาแก้ว ยังประสบปัญหาน้ำท่วมสูงจากลำน้ำอูนที่ไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ไร่นาที่อยู่อาศัยตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้น้ำอูนยังระบายไปอย่างล่าช้า โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำอูน เช่น ที่ บ.พอกใหญ่ ต.พอกน้อย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ปริมาณน้ำอูนยังสูงเกือบถึงขอบสะพานน้ำอูน น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมที่อาศัยของชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็กจมน้ำบางแห่งระดับน้ำสูงท่วมหัว ชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้สูงอายุเนื่องจากต้องติดอยู่ที่อาศัยมานานถึง 10 วัน ไม่มีกระแสไฟใช้ โดยความเดือดร้อนในครั้งนี้มีธารน้ำจากภาครัฐและเอกชนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจำนวนมาก เช่น วันนี้ บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย นำเอาเครื่องอุปโภคบริโภคและยารักษาโรคมาส่งมอบให้ชาวบ้านจำนวน 1,000 ชุด สมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ จ.ระยอง นำสิ่งของมาเหลืออีกกว่า 2,000 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ขณะที่การลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาในเขตเทศบาลนครสกลนคร ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาไปจนถึงวันที่ 7 สิงหาคม 60 พบว่า หลายรายต้องผิดหวังเมื่อนำภาพถ่ายไปเป็นหลักฐาน อ้างถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อที่อาศัยและทรัพย์สิน จนท.ระบุว่าภาพถ่ายที่ปริ้นไปไม่สามารถเป็นหลักฐานได้ต้องนำไปล้างที่ร้านถ่ายรูป และภาพถ่ายทรัพย์สินที่ไม่มีตอนน้ำท่วมก็ไม่สามารถใช้ได้ ทำให้หลายคนวิพากวิจารย์ถึงความยากลำบากของกฎเกณฑ์ ระบุว่าบางคนแก่ชราอายุมากอยู่คนเดียวลำพังเอาชีวิตรอดออกจากบ้านมาได้ก็เป็นบุญแล้ว ส่วนบางคนโพสต์โซเซียลว่าคงจะไม่ได้รับการเยียวยา เพราะไม่มีใครสามารถนึกได้ว่าวินาทีนั้นจะต้องมีการบันทึกภาพทรัพย์สินของตนเอง เพราะสถานการณ์มันรุนแรงทุกคนนึกถึงชีวิตไว้ก่อน พอน้ำลดจะหวังเงินเล็กๆน้อยจากภาครัฐก็ดูท่าจะสินหวัง เหนื่อยใจไม่พอยังมาทุกข์ใจกับกฎเกณฑ์อีก ประชาชนต้องพึ่งตนเองจริงๆ





