รถตู้ สสจ.นครพนมซิ่งแซงไม่พ้นชนเก๋งดับ 2 ศพคาซากรถ งัดร่างทุกลักทุเล
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 6 ส.ค. ร.ต.อ.อภิชา วงศ์เวียน รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งมีอุบัติรถชนกันมีผู้เสียชีวิต ที่ถนนทางหลวง 22 สายนครพนม-สกลนคร ช่วง บ.หนองหญ้าไซ หมู่ 4 ต.กุรุคุ อ.เมือง รุดไปพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นครพนม กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง กู้ชีพ อบต.วังตามัว กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิฟ กู้ชีพ 1669 ร.พ.ค่ายพระยอดเมืองขวาง รถกู้ภัย ปภ. กู้ภัยเทศบาลเมืองนครพนม กู้ภัยนครนม และ ตร.ทล.สทล.4 บก.ทล.( ตู้ยามหนองญาติ)
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน อยู่เยื้องโรงเรียนบ้านหนองหญ้าไซ ฝั่งขาออกตัวเมือง พบรถเก๋งยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีบรอนซ์ ทะเบียน กข 6642 มุกดาหาร สภาพกระจังหน้ารถด้านมุมขวาพังยับ กระโปรงรถบุบงอ ประตูฝั่งคนขับฉีกขาดปลิวกระเด็นตกริมไหล่ทาง พบศพนายปองสิน พันธ์หอม ครู ร.ร.บ้านจันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร คนขับ และหญิงอายุราว 40 ปี ที่นั่งโดยสารมาด้วยข้างเบาะคนขับ ยังไม่ทราบชื่อ เสียชีวิตคาที่ติดอยู่คาซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมาอย่างทุกลักทุเลนานกว่า 30 นาที
ใกล้กันกลางถนนพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์คาดเทา ทะเบียน นข 1663 นครพนม ข้างรถและประตูรถมีสติ๊กเกอร์สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขติดอยู่ กระจังหน้ารถพังยับเยิน ยางหลังด้านขวาแบน น้ำมันเครื่องไหลนอง พบนายธนพล พรรณวงศ์ อายุ 42 ปี คนขับรถของ สนง.สาธารณสุข จ.นครพนม ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ยืนในที่เกิดเหตุด้วยอาการตื่นตระหนก
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้ที่มีนายธนพล ขับไปส่งผู้บริหารที่สนามบิน จ.อุดรธานี เพื่อเดินทางไปประชุมที่กรุงเทพฯ ขากลับกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่ารถตู้คันดังกล่าว ขับแซงเบียดรถคันอื่น พบรถเก๋งที่มีนายปองสิน กลับมาจากเรียนภาคสมทบที่มหาวิทยาลัยนครพนม บ.เนินสะอาด จะมุ่งหน้ากลับบ้านที่ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ก่อนชนประสานงากันอย่างจัง จนรถตู้เสียหลักหมุนเคว้งหันหัวไปฝั่งเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับพยานหญิงคนหนึ่ง ที่พบเห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถตู้ขับแซงรถตนขึ้นมาอย่างเร็ว
ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นายปองสิน และหญิงสาว ยังไม่ทราบชื่อที่นั่งเบาะข้างมาด้วย เสียชีวิตสลดรวม 2 ศพ ผู้ใดสงสัยว่าเป็นญาติให้ติดต่อที่ห้องดับจิต ร.พ.นครพนม หรือที่เบอร์โทร. ร.ต.อ.อภิชา 082-2640959 เพื่อจะได้แจ้งให้ญาติทราบและมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



