วันที่ 7 สิงหาคม 2560 นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มีคำสั่งให้นายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว นายอำเภอกุมภวาปี นายธนวรรธน์ เลิศสุคนธ์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี นำคณะเจ้าหน้าที่จาก สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี, สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9, สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี, สนง.ขนส่ง จ.อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบลำห้วยสาธารณะ ริมถนนมิตรภาพ (ไป จ.ขอนแก่น) บ้านนาดี หมู่ 1 ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี หลังเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงบรรทุกสินแร่ทองแดงน้ำหนัก 28 ตัน พ่วงตัวลูกพลิกคว่ำลงไปในลำห้วย เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยมีตัวแทน บ.ลินฟอกซ์ ทรานสปอร์ต ประเทศไทย จำกัด อยู่ที่เกิดเหตุ นำคนงานมากรอกกระสอบทราย แล้วนำลงไปกั้นทางไหลของน้ำ ไม่ให้น้ำจากจุดที่รถบรรทุกตกลงไปไหลออก ขณะที่มีน้ำไหลผ่านบริเวณนั้นตลอดเวลาและล้นฝายกระสอบทรายที่กั้นไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่จาก สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 อุดรธานี ได้นำอุปกรณ์เป็นตัวอย่างน้ำ ตะกอนดินใต้น้ำกลับไปตรวจ ซึ่งก่อนหน้านี้ สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ก็ส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บตัวอย่างไร่ส่งไปตรวจแล้วเช่นกัน
นายนิยม จตุเคน กำนัน ต.ผาสุก เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงดึกคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา รับแจ้งแล้วออกไปดูที่เกิดเหตุพร้อมตำรวจ สภ.กุมภวาปีและอาสากู้ภัย ตอนนั้นมืด มองไม่เห็น ยังไม่รู้ว่าเป็นรถบรรทุกอะไร เห็นเป็นเพียงคล้ายกองดินอยู่ในลำห้วย กว่าจะกู้รถขึ้นมาได้ประมาณตี 2 เศษ จนเช้ามืดวันอาทิตย์มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทมาทำการเก็บกู้ขึ้นมา ใช้แรงคนและเครื่องจักรตักขึ้นมาใส่รถบรรทุกออกไป สอบถามทราบว่าเป็นแร่ทองแดง จึงแจ้งไปยังนายอำเภอ
“ลำห้วยนี้มีความยาว 1 กม. กว้าง 8 ม. ลึก 2 ม. มีฝาย 1 แห่ง ก่อนไหลลงไปห้วยสามพาด และไหลต่อไปยังหนองหาน กุมภวาปี หรือทะเลบัวแดง ระยะทางราว 9 กม. บริเวณที่รถบรรทุกตกลงไป น้ำจะเปลี่ยนจากสีแดงขุ่นเป็นสีขุ่นคล้ำ มีกลิ่นคล้ายดินประสิว จึงประกาศห้ามชาวบ้านจับสัตว์น้ำ ลงเล่นน้ำ ลุยน้ำ ในบริเวณดังกล่าว จนกว่าจะมีประกาศจากจังหวัด สิ่งที่ห่วงอีกอย่างคือ ลำห้วยนี้ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านคือนาดีและสร้างบง ใช้ในการเกษตรอาจจะกระทบต่อพื้นที่ได้ ทั้งการกั้นลำน้ำและจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น” นายนิยมกล่าว
นายสายันต์ หมีแก้ว นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 เปิดเผยว่า บริษัทฯแจ้งว่าได้ทำการเก็บกู้สินแร่ทองแดงไปแล้ว 50% ที่เหลืออยู่นี้บางส่วนเป็นตะกอนที่จมอยู่ในน้ำ จะทำการปิดกั้นลำห้วยด้วยกระสอบทราย 5 จุด รัศมี 200 ม. ส่วนคณะตรวจสอบจะทำการเก็บตัวอย่างโดยเครื่อง Grab sampling เป็นเครื่องเก็บตัวอย่างดินและน้ำ 8 จุด ตลอดลำน้ำห้วยสามพาดจนถึงหนองหาน กุมภวาปี แน่นอนว่าสินแร่พวกนี้มีสารอื่นเจือปนมา แต่ก็ต้องนำตัวอย่างทั้งหมดไปตรวจสอบให้ละเอียด จึงจะระบุได้ว่ามีสารอันตรายอะไรเจือปนอยู่บ้าง และมากน้อยแค่ไหน

ด้าน พ.ต.ท.ธนาดุล ศรีเต้ด สว.สอบสวน สภ.กุมภวาปี เจ้าของคดี เปิดเผย (โทรศัพท์) ว่า รถที่เกิดเหตุเป็นรถพ่วงยี่ห้ออีซูซุ หัวลากทะเบียน 70-1040 ขอนแก่น ตัวลูกทะเบียน 70-7066 ขอนแก่น มีนายสายันต์ สำลี อายุ 45 ปี อยู่เลขที่ 227/1 หมู่ 10 ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นคนขับ เบื้องต้นให้การว่ารับจ้างขับรถขนสินแร่ทองแดงจาก สปป.ลาว ไปส่งที่แหลมฉบัง คนขับหลับในจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น และไม่มีคู่กรณี แต่มีทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย ปรับ 400 บาท ส่วนรถที่เกิดเหตุหลังเก็บกู้ได้นำกลับไปที่ สปป.ลาวแล้ว
นายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว นายอำเภอกุมภวาปี จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้รับแจ้งจากกำนันจะออกมาตรวจสอบ พบมีสินแร่ทองแดงตกค้างในแหล่งน้ำ ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย มีป้ายสัญญาและท่อประปา และรายงานให้ ผวจ.อุดรธานี มีคำสั่งให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ผู้ประกอบการรับปากจะเก็บกู้สินแร่ขึ้นมาไม่ให้ฟุ้งกระจาย โดยจะนำกระสอบทรายมากั้นไว้ก่อน ขณะเดียวกับ สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 ได้เข้ามาตรวจสอบการปนเปื้อน เพราะจุดที่รถประสบอุบัติเหตุเป็นลำห้วยไหลไปลงหนองหาน กุมภวาปี ช่วงนี้ขอให้งดใช้น้ำในลำห้วยก่อน”
นายธนวรรธน์ เลิศสุคนธ์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า แร่ทองแดงอยู่ในกลุ่มแร่ไม่ต้องควบคุม ตามระเบียบการจะขนผ่านพื้นที่ใด ต้องแจ้ง สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดล่วงหน้า 3 วัน แต่ไม่มีบทลงโทษ มาตรวจสอบพบว่าเป็นรถขนแร่ทองแดงจาก สปป.ลาว ไปยังท่าเรือมาบตาพุด ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า หลังเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ได้แจ้ง และได้ขนแร่ออกไปแล้วราว 50 เปอร์เซ็นต์ ได้รับแจ้งว่าเป็นแร่ที่มีตะกั่วและสารหนูเจือปนในปริมาณต่ำ
“พนักงานที่มาดูแลไม่มีเอกสารยืนยันว่าเป็นแร่ที่ขนมาจาก สปป.ลาวอย่างถูกต้องหรือไม่ อ้างว่าเอกสารติดไปกับรถบรรทุก และจะกลับไปนำสำเนาจาก สปป.ลาวมายืนยันอีกครั้งในบ่ายวันนี้ จึงเก็บแร่ตัวอย่างไปทำการตรวจหาองค์ประกอบว่าตรงกับที่ระบุไว้หรือไม่ มีสารอันตรายปะปนมาหรือไม่ ถ้าผ่านเข้ามาโดยไม่ถูกต้อง หรือแร่ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ จะต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการ” นายธนวรรธน์กล่าว


