เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 12/5 ถนนสร้างคำ ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จุดเริ่มต้นแห่งละครชีวิตของคุณป้าบุญหลาย แสนทวีสุข อายุ 60 ปี ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 59 เมื่อป้าบุญหลายล้มป่วย จึงรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อให้หมอตรวจดูอาการเบื้องต้น ผลการตรวจพบเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง หลังจากนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้ 5 วัน หมออนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งหมอได้สั่งว่าให้ญาติช่วยผู้ป่วยทำกายภาพบำบัดเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมาดังเดิม
ในยามทุกข์ยาก คุณลุงจันทา แสนทวีสุข อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นคู่ชีวิตที่คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ ดูแลภรรยาเป็นอย่างดีนับเป็นภาพติดตาแก่ผู้คนแถวนั้นอยู่ไม่น้อย เมื่อถึงยามที่ต้องช่วยภรรยาได้ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของหมอ ก็อยู่เคียงข้างดูแลภรรยาอย่างใกล้ชิด
คุณลุงจันทา แสนทวีสุข กล่าวว่า จากการที่จะต้องช่วยภรรยาทำกายภาพบำบัดนี้เอง จึงเกิดแรงบันดาลใจ มีความหวังว่าสักวันหนึ่ง ภรรยาคู่ชีวิต จะต้องกลับมาเหมือนเดิม เพราะสิ่งสำคัญในการรักษาอาการป่วย จากโรคหลอดเลือดในสมองตีบ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง จะต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ และเป็นการบริหารกล้ามเนื้อส่วนของแขนและขาเพื่อแก้อาการที่เกิดจากการสั่งการทางสมองที่ผิดปกติให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ก็เป็นการลดภาระให้กับผู้ดูแล จึงมานั่งคิดอยู่ที่บ้านว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยภรรยาได้ จึงคิดหาวิธีที่จะทำเครื่องช่วยทำกายภาพบำบัดที่จะประดิษฐ์ขึ้นเอง จึงเริ่มจากนำวัสดุที่ใช้แล้วมาดัดแปลง เช่น ขาเปล มอเตอร์ปัดน้ำฝนรถยนต์ สเตอร์และโซ่รถจักรยาน แบตเตอรี่รถ จยย. โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เมื่อทำขึ้นมาแล้วนำมาให้ภรรยาใช้ในการช่วยทำกายภาพบำบัดได้ผลดี หลังจากนี้ก็ได้ผลิตรถปั่น, เครื่องบำบัดเส้นเอ็นแขนขา ที่ช่วยในการบำบัดกล้ามเนื้ออ่อนแรง
จากการทดลองใช้ได้ผลดีเกินคาดเวลาผ่านมาได้ 9 เดือน การพัฒนาการทางร่างกายของภรรยาจากการทำกายภาพบำบัดที่ใช้เครื่องประดิษฐ์ขึ้นเองได้ฟื้นฟูสมรรถภาพ อาการภรรยาดีขึ้นมากตามลำดับ จากอดีตที่ต้องนอนอยู่กับที่นอนปัจจุบันเดินได้แล้ว และเริ่มพูดได้บ้างแล้วก็รู้สึกดีใจมาก ทั้งนี้ ไม่สงวนสิทธิ์ในการทำเลียนแบบ
“ความรัก และความดี มันทำให้เราลืมเรื่องความลำบากไปได้หมดสิ้น คนเรารักกัน ไม่ใช่แต่ยามสุข ยามทุกข์ ยามเจ็บป่วย ก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด” คุณลุงจันทา แสนทวีสุข กล่าว



