เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายไสว นารีพล ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพร เปิดเผยถึงสถานการณ์ยางพาราในภาพรวมของจังหวัดชุมพรว่า ชุมพรมีสวนยาง 350,000 ไร่ และมีเกษตรกร 22,300 รายที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับการยางฯ ส่วนสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่การยางฯ ขอให้มาแจ้งอีก 162,600 ไร่ เกษตรกร 9,565 ราย รวมมีพื้นที่ปลูกยางใน จ.ชุมพรประมาณ 513,000 ไร่ มีคนกรีดยาง ที่ขึ้นทะเบียน 9,946 ราย ส่วนสถาบันเกษตรกรมี 13 สถาบัน ทั้งสหกรณ์ สมาคม กลุ่มเกษตรกรที่เป็นนิติบุคคลที่มาขึ้นทะเบียน ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนคือเงินจากกองทุนพัฒนาการยางตาม พ.ร.บ.การยางฯ มาตรา 49
นายไสว กล่าวว่า การทำให้ราคายางขึ้นแบบพรวดพราดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งปริมาณยาง อุปสงค์ อุปทาน (Demand – Supply) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีบอกว่า พื้นที่ปลูกยางมีมากเกินไป มีการปลูกในพื้นที่ป่า ในพื้นที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากราคายางเคยขึ้นสูงสุดถึง กิโลกรัมละ 170-180 บาท แต่หลังจากมีการปลูกยางเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและภาคอีสาน ทำให้มีปริมาณยางเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่มีผลต่อราคายางด้วย หากน้ำมันเบนซินราคาเท่าไหร่ ราคายางจะมากขึ้นเป็นสองเท่า เป็นในลักษณะคู่ขนานกันแบบนี้ตลอด หากราคาน้ำมันลง และมียางสังเคราะห์เพิ่มมากขึ้น เช่น ยางที่ปัดน้ำฝนกระจกรถที่มีทั้งยางแท้และยางเทียม หากเป็นยางแท้จะใช้ได้นาน ไม่ดำเหมือนยางเทียม ก็จะทำให้ราคายางธรรมชาติตกลง ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินก็ยังส่งผลต่อราคายางด้วย
ขณะนี้การยางฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกชี้แจงมาตรการการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยาง เช่น การมีส่วนได้ส่วนเสียตาม พ.ร.บ.การยางฯ นอกจากนั้น ยังขอให้ ผอ.การยางฯ สาขาต่างๆ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมประจำเดือนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยตลอดว่ารัฐบาลมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างไร เช่น การควบคุมปริมาณการผลิตยางของชุมพรให้เหลือแค่ 400,000 ไร่ต่อปี ส่วนอีก 100,000 ไร่ หรือ 25% ได้แนะนำให้หันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน ซึ่งในชุมพรมีเป้าหมายในการโค่นต้นยางจำนวน 14,000 ไร่ แต่การยางฯ ชุมพร ได้ขอเพิ่มเป็น 18,200 ไร่ และเพิ่งปิดรับการขอโค่นต้นยางไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560
“จากนั้น จะเริ่มเปิดขอรับการสนับสนุนปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 – 31 กรกฎาคม 2561 โดยจ่ายเงินช่วยเหลือให้ไร่ละ 16,000 บาท อาจเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน คือ มีทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และทำประมงในสวนยางเดิมด้วยก็ได้ แต่ต้องมียางอย่างน้อย 42 ต้นต่อไร่” นายไสว กล่าว

