เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ศูนย์การเรียนรู้การท่องเที่ยวชุมนบ้านปากน้ำปากพญา หมู่ที่ 9 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายเกรียงศักดิ์ ศรีไสย นายก อบต.ท่าซัก อ.เมือง นายกำพล เสริมสมบูรณ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวปากพญา ต.ท่าซัก พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้าน ร่วมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีมีการขึ้นป้ายห้ามบุคคลเข้าในพื้นที่ตำบลท่าซักที่มาสร้างความแตกแยกในชุมชน โดยลงชื่อ กลุ่มท่าซักรักษ์ศักดิ์ศรี (ห้ามผู้ใดเคลื่อนย้ายป้ายโดยเด็ดขาด)
นายกำพลกล่าว ป้ายดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนทางเข้า ม.7 ต.ท่าซัก ได้ขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายหลังมีการนำภาพดังกล่าวแชร์ลงไปในโลกโซเชียลพร้อมมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้สร้างความเสื่อมเสียมาสู่ชุมชนเป็นอย่างมาก กลายเป็นว่าชุมชนท่าซักเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ซึ่งภายหลังได้มีการสืบหาผู้ลงชื่อทำป้าย สอบถามชาวบ้านในชุมชนแล้วไม่ปรากฏว่ามีใครเป็นคนดำเนินการป้ายดังกล่าว และตนก็มีความเชื่อว่าชาวบ้านในชุมชนก็ไม่มีใครลักลอบทำสิ่งที่ไม่ดีเช่นนี้อย่างแน่นอน
นายเกรียงศักดิ์ ศรีไสย กล่าวว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดปัญหาจากการที่มีนักวิชาการท่านหนึ่งเข้ามาในพื้นที่ ต.ท่าซัก บริเวณที่มีการวางไม้ไผ่เทียมที่เป็นผลงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพื่อนำมาวางทดแทนไม้ไผ่ที่กั้นชายฝั่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะในพื้นที่กว่า 100 ไร่ และอาจจะด้วยเหตุผลใด ตนเองและชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่ทราบ ถ่ายภาพลงโลกโซเชียล จากนั้นก็มีการขึ้นป้ายดังกล่าว ภาพที่ปรากฎจึงเหมือนกับว่า ต.ท่าซักเป็นเมืองเถื่อน

โครงการดังกล่าวทาง อบต.ท่าซักก็ไม่ได้มีงบประมาณการก่อสร้างแต่อย่างใด แต่ อบต.ท่าซัก ถูกคัดเลือกจากศูนย์ศึกษาวิจัยแห่งหนึ่ง เพื่อทำการศึกษาพื้นที่ถูกกัดเซาะ ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน คนนอกพื้นที่ไม่มีโอกาสรู้ว่าปัญหามีอะไรบ้าง และก่อนที่เราจะยินยอมให้ใช้เป็นพื้นที่ศึกษา มีการประชุม ทำประชาพิจารณ์หลายครั้ง จนทุกอย่างลงตัว เมื่อลงมือก่อสร้างจนแล้วเสร็จก็ยังไม่สามารถยกไม้ไผ่เทียมลงในทะเลได้ วางไว้กว่า 2 ปี ซึ่งติดขัดกับปัญหาทางด้านกฎหมายบางอย่าง และเมื่อเร็วๆนี้ทราบแต่เพียงว่ากฎหมายได้ผ่าน และจะมีการนำไม้ไผ่เทียมมาทำการวางลงชายฝั่งท่าซัก จากนั้นก็เป็นเรื่องเป็นราวกันขึ้นมา
“สิ่งที่ตนและชาวบ้านติดใจคือ ป้ายดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่ท่าซักไม่มีการขึ้นป้ายแต่อย่างใด ใครเคืองกับใคร หรือมีปัญหากับใคร ตนไม่รับทราบ และโครงการที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความคิดของตนคนเดียวแต่เป็นมติของที่ประชุมชาวบ้าน ทุกคนมีความต้องการ และพร้อมที่จะเรียนรู้พร้อมๆกัน แก้ไขปัญหาอย่างพร้อมเพรียงกัน และหากเกิดปัญหาในอนาคต ทางศูนย์ศึกษาวิจัยก็จะต้องรับผิดชอบในการแก้ไขให้กับชาวบ้านด้วย สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกอย่าเอาชาวบ้านไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของตัวเอง ประการสำคัญ พื้นที่ตำบลท่าซักเป็นศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีตลาดต้องชมที่มีขนาดใหญ่ มีกลุ่มวิสาหกิจที่สร้างชื่อเสียงและทำรายได้เข้าจังหวัด จึงไม่จำเป็นจะต้องไปขึ้นป้ายห้ามใคร”
นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมคนดังกล่าวเป็นผู้ให้ความเห็นคัดค้านการนำขี้เถ้าถ่านหินมาเป็นส่วนผสมของปะการังเทียมทิ้งทะเลเพื่อใช้ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเคยถูกนักวิชาการมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทและมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยล่าสุดได้คัดค้านการนำขี้เถ้าถ่านหินมาทำไม้ไผ่เทียม โดยกังวลเรื่องสารปนเปื้อนสู่ท้องทะเล
โดยป้ายดังกล่าวมีผู้ถ่ายรูปและโพสต์ลงเฟซบุ๊คจนถูกเผยแพร่ไปกว้างขวางในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง


