เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2560 พล.ต.ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม สั่งการให้ พ.ต.สนอง สายมั่น ผบ.ร้อย มทบ.210 นครพนม ประสานงานร่วม กับ นายบัญชา ศรีชาหลวง นายก อบต.พิมาน อ.นาแก นายคำพอง พ่ออามาตย์ ผู้ใหญ่บ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก ร่วมกับผู้นำชุมชนท้องถิ่น และตัวแทน ชาวบ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย หลังระดับน้ำท่วมขังบ้านเรือนในหมู่บ้าน เกือบ 200 หลังคาเรือน ลดระดับลงใกล้สู่ภาวะปกติ หลังจากได้รับผลกระทบ จากปัญหาลำน้ำก่ำเอ่อล่นทะลักท่วมบ้านเรือนพื้นที่การเกษตร มานานกว่า 12 วัน ต้องตัดขาดจากโรคภายนอก โดยทางเจ้าหน้าที่จกทั้งภาครัฐ เอกชน ต้องระดมให้การช่วยเหลือต่อเนื่อง นำเรือท้องแบน บรรทุกเสบียงอาหาร เข้าไปดูแลช่วยเหลือ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ถือเป็นหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ของ จ.นครพนม เนื่องจากมีสภาพพื้นที่อยู่ติดกับ ลำน้ำก่ำ จุดบรรจบ ที่ลำน้ำบังไหลมาสมทบ ก่อนไหลลงสู่น้ำโขง ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังทุกปี ซึ่งในปีนี้ถือว่าได้รับผลกระทบหนัก
ด้านนายคำพอง พ่ออามาตย์ ผู้ใหญ่บ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ หลังระดับน้ำลด พบว่าปัญหาใหญ่ของชาวบ้าน คือ เรื่องของ ที่นาถูกน้ำท่วมขัง เนื้อที่เกือบ 5,000 ไร่ ชาวบ้านเกือบ 200 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากเป็นนาปีที่ปักดำแล้วเสร็จประมาณ 2 เดือน แต่น้ำท่วมขังหลายวัน ทำให้ต้นข้าวเน่าตาย คาดว่าเสียหายทั้งหมด เพราะระดับน้ำลดเฉพาะพื้นที่หมู่บ้าน แต่ทุ่งนายังท่วมขัง สิ่งที่ตามมาคือขาดทุน ภาระหนี้สิน ขั้นต่ำลงทุนไม่ต่ำกว่าไร่ละ 2,000 บาท เพราะต้นทุนสูง แต่น้ำท่วมตายอีก ขาดทุนหนักซ้ำ ต้องอาศัยรอความหวังภาครัฐหาทางช่วยเหลือเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีถนนหนทางระหว่างหมู่บ้าน เสียหายทั้งหมด ถูกน้ำกัดเซาะ ตัดขาด เละเป็นโคลนตม รถยนต์ยังสัญจรไม่ได้ ต้องใช้รถไถการเกษตร ลูกหลานไม่สามารถไปเรียนได้ เกือบครึ่งเดือน วอนหน่วยงานภาครัฐ ผุ้มีอำนาจ เร่งเยียวยาช่วยเหลือ ที่สำคัญยอยากให้แก้ไขปัญหาถาวร เพราะ ตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้านมากว่า 120 ปี ต้องทนทุกข์ น้ำท่วมเกือบทุกปี แต่ยังไม่มีการสนับสนุนงบประมาณแก้ไขจริงจัง มีเพียงการเยียวยาหลังน้ำลด พอถึงหน้าฝนเจอมปัญหาซ้ำซากอีก โดยในการสรุปเบื้องต้นเฉพาะบ้านปากบังคิดค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ถือว่าหนักที่สุดในรอบหลาย 10 ปี

