อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดคลินิกช่างศูนย์ช่างประจำชุมชนเทิดไท้องค์ราชันบ้านดอนแคนเคลื่อนที่ เข้าช่วยเหลือประชาชนบ้านโนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย ที่กำลังประสบปัญหาและได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมนานกว่า 2 สัปดาห์ พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 10,000 ไร่ ขณะที่เขื่อนระบายน้ำออกวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ส.ค. 60 ที่วัดโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยนายเจษฎา จันทร์อุไร ผอ.สำนักพัฒนาฝีมือแรงงานกาฬสินธุ์ นายคารม คำพิฑูรย์ นายอำเภอฆ้องชัย พ.ต.อ.ศักดินันท์ มูลมณี ผกก.สภ.ฆ้องชัย ร.ศ.จีระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีม.กาฬสินธุ์ และภาคธุรกิจ-เอกชน จ.กาฬสินธุ์ นำถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมจัดโครงการคลีนิคช่างศูนย์ช่างประจำชุมชนเทิดไท้องค์ราชันบ้านดอนแคนเคลื่อนที่ เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้อพยพมาอาศัยอยู่วัดโนนศิลาเลิง มานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งมีบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ 86 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 11,953 ไร่ โดยอ.ฆ้องชัย เป็นหนึ่งใน 5 ของพื้นที่ราบลุ่มที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมเช่นเดียวกับ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ร่องคำ และ อ.กมลาไสย ซึ่งยังจะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมนี้ต่อไปเนื่องจากเขื่อนลำปาวยังคงระบายน้ำมากถึงวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากขณะนี้เขื่อนลำปาวมีระดับน้ำสูงถึง 88% หรือปริมาณน้ำที่ 1,745 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งระยะนี้เป็นเพียงต้นฤดูฝนโดยมีการคาดสถานการณ์น้ำที่จะไหลหลากเข้ามายังเขื่อนใน 2 เดือนจากนี้ต่ำกว่า 600-800 ล้าน ลบ.ม.
นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การเข้ามาของโครงการคลินิกช่างศูนย์ช่างประจำชุมชนเทิดไท้องค์ราชันบ้านดอนแคนเคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยข องอ.ฆ้องชัย ที่ได้ร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.) จ.กาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมดำเนินการเป็นกิจกรรมถวายความจงรักภักดีและเทิดไท้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นการเข้ามาช่วยเหลือที่หวังผลต่อยอดระยะยาวในการถ่ายทอดวิชาความรู้ วิชาชีพช่าง และอาชีพทำมาหากินให้กับประชาชน เป็นการเพิ่มทักษะที่จะใช้ได้แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายไป โดยทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดงบประมาณในการเข้าช่วยเหลือพี่น้องชาวอีสานที่ประสบภัยธรรมชาติครั้งนี้กว่า 4.7 ล้านบาท กระจายไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับที่บ้านโนนศิลาเลิง พบว่ามีผู้เดือดร้อนทั้งหมด 5 หมู่บ้าน ที่สำคัญเครื่องมือทางการเกษตรของใช้ครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายจำนวนมาก รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมน่าจะยืดยาวไปอีกสักระยะ การเข้ามาให้อาชีพหรือเพิ่มทักษะให้กับชาวบ้าน อาจจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประสบภัยได้อีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากนี้สถานประกอบการภาคเอกชน – นักธุรกิจ ที่ขึ้นทะเบียน พรบ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ใน จ.กาฬสินธุ์ 13 แห่ง ได้ร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ จากนั้นอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้เข้าสอบถามความเป็นอยู่และความต้องการของชาวบ้าน ก่อนเยี่ยมจุดบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และซ่อมเครื่องยนต์ โดยคลินิกช่างศูนย์ฯจะอยู่ในพื้นที่เป็นเวลา 3 วัน เพื่อบริการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

