หน้าแรก ภูมิภาค โวย แฉเทศบาลจ...

โวย แฉเทศบาลจัดซื้อรถตัดหญ้า7ล้าน เอาผิดได้แค่ปลัด-นายกฯรอด ตัวเองถูกฟ้อง

11.08.17 | 15:06 น.

วันที่ 11 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้ รับการร้องเรียนจากนายสมพร ผลมะไฟ อายุ 54 ปี อาสา สมัครพิทักษ์ความยุติธรรมคอยตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น เกิดข้อสงสัยเรื่องผลการสอบสวนคดีการจัด ซื้อรถตัดหญ้าไหล่ทางล้อยางขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมอุปกรณ์ของเทศบาลตำบลหลักหกที่มีราคาสูงเกินจริงนั้น


นายสมพร ผลมะไฟ เปิดเผยว่าตนเองได้ทำเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวไปที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)จนกระทั้งทาง สตง.ดำเนินการตรวจสอบแล้วมีมูลความจริงจึงได้ทำหนังสือถึง ผู้ราชการจังหวัดปทุมธานี สอบตามที่ สตง.เสนอมานั้น

จนกระทั่งจังหวัดปทุมธานี ได้มีหนังสือที่ ปท 0023.6/63 มาที่เทศบาลตำบลหลักหก เพื่อให้มีการ ดำเนินคดีทางอาญาต่อนายทวีวิทย์ พันธชาติ ปลัดเทศบาลตำบลหลักหกและนายมนต์พิพัฒน์ เอี่ยมจรัส รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลหลักหก ในความผิดอาญาฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เรื่องการ จัดซื้อรถตัดหญ้าไหล่ทางล้อยางชนิดขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมอุปกรณ์ของเทศบาลตำบลหลักหกที่มีราคา 7,000,000 บาทที่มีราคาสูงเกินความเป็นจริง

ซึ่งตนเองเกิดข้อส่งสัยเรื่องผลการสอบสวนในครั้งนี้ไม่มีการดำเนินการเอาผิดแก่นายสมพงษ์ ศรีอนันท์ นายกเทศมนตรีตำบลหลักหก ในการอนุมัติ งบประมาณ เพื่อจัดซื้อรถตัดหญ้าไหล่ทางล้อยางในวงเงิน 7,000,000 บาทจน สมาชิกสภาเทศบาลฯได้มีการทักทวงและคัดค้านในเรื่องนี้เพราะราคาสูงเกินความเป็นจริงและได้มีการตั้งงบประมาณมาใหม่ในการจัดซื้ออยู่ที่ 4,500,000 บาทซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมแทน

Advertisement

แต่กับปรากฎว่าได้มีการอนุมัติงบประมาณจัดซื้อรถตัดหญ้าไหล่ทางล้อยาวในวงเงินเดิมที่ 7,000,000 บาทจนกระทั่งมีการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ไม่มีการดำเนินคดีต่อนายสมพงษ์ ศรีอนันท์ทั้งที่นายสมพงษ์ ศรีอนันท์ ที่เป็นผู้บริหารซึ่งเป็นผู้กำหนดราคากลางและจัดตั้งงบประมาณจำนวนมากจะต้องนำเรื่องเข้าประชุมสภาฯเพื่อขออนุมัติงบประมาณจะไม่รับรู้และไม่คัดค้านเป็นไปไม่ได้

ทั้งนี้ตนเองจะรวบร่วมเอกสารเพื่อไปยืนต่อหน่วยงาน ปปช.และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบถึงความไม่ชอบมาพากล อีกทั้งไม่เป็นธรรมต่อผู้ร้องคือตนเองเนื่องจากตอนนี้ตนเองถูกนายสมพงษ์ ศรีอนันท์ ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญา 2 คดีและทางแพ่งอีก 2 คดีซึ่งคดีอาญาทั้ง2 คดีมีการถอนแจ้งความและไม่มีการสั่งฟ้องแต่คดีแพ่งทั้งสองคดีนั้นชนะคดีในชั้นต้นไปแล้วแต่นายสมพงษ์ฯยังได้ยืนฟ้องคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อ ซึ่งตนเองจึงต้องขอความเป็นธรรมเพราะผมทำหน้าที่ปกป้องภาษีของพี่น้องประชาชนแต่กับมารังแกกันอย่างนี้มันไม่มีความเป็นธรรมต่อ