หน้าแรก ภูมิภาค ‘กรมป่า...

‘กรมป่าไม้’ เปิดยุทธการหยุดยั้ง ‘นายทุน’ กรีดยางในป่าสงวนฯ ยึดพืนที่คืน 500 ไร่ จ่อตัดทิ้งตามกม.

15.08.17 | 15:33 น.

กรมป่าไม้เปิดยุทธการหยุดยั้งนายทุนกรีดยางในเขตป่าสงวนฯ ยึดคืนพื้นที่ 500 กว่าไร่จ่อตัดฟันตาม ม .25 พร้อมดำเนินคดีห้ามเข้าพื้นที่กรีดยางเด็ดขาด เผย จ.พิษณุโลกปลูกยางมากสุดในภาคเหนือกว่า 1.5 แสนไร่ ชี้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางรวมกว่า 30 ล้านไร่ บุกรุกป่าสงวนฯ ชัดกว่า 5 ล้านไร่

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าหยุดยั้งการบุกรุกปลูกยางพาราและควบคุมการกรีดยางพาราและการผลิตน้ำยางพาราของนายทุน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง ท้องที่บ้านเกษตรสุข หมู่ที่ 5 ต.บ้านแยง อ.นครไทย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีพ.อ.วิทยา แก้วพรม เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 พ.อ.จิตรกร บุญตา ผู้แทนกอ.รมน.พิษณุโลก และนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรการ นายอำเภอนครไทย นำกำลังทหาร เจ้าหน้าที่ปกครองกว่า 300 นาย เข้าตัดฟันต้นยางในพื้นที่ 6 แปลง ซึ่งบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนฯ เขากระยาง จำนวน 565 ไร่ 2 งาน 70 ตร.ว. กินพื้นที่ 2 ต. คือ ต.บ้านแยง และ ต.หนองกระท้าว โดยนายชลธิศได้สั่งให้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 6 ชุด รับผิดชอบดำเนินการชุดละแปลงให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันได้มีการปิดป้ายประกาศตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 เพื่อตัดฟันพืชผลอาสิน โดยห้ามไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ยึดถือครอบครองหรือกระทำด้วยประการใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ได้ให้ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแยง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป

ทั้งนี้นายชลธิศ กล่าวว่า การเข้าตัดฟันสวนยางที่บุกรุป่าสงวนฯ ดังกล่าว เป็นไปตามคำสั่งของพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีส่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสอ่งแวดล้อม(ทส.) ที่มีนโยบายให้ยุติการผลิตน้ำยางพาราจากพื้นที่ป่าสงวนฯ และพื้นที่ของหน่วยงานรัฐอื่นๆ เพื่อลดปริมาณน้ำยาง ซึ่ง จ.พิษณุโลก มีการปลูกยางพาราจำนวน 158,615.44 ไร่ ถือว่ามากที่สุดในภาคเหนือ เมื่อเทียบกับสัดส่วนพื้นที่จังหวัด โดยเป็นของกลุ่มทุนที่เข้ามาบุกรุกไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นไร่ และได้ตรวจยึดดำเนินคดีไปแล้ว จำนวน 23,173 ไร่ ได้ดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา 25 ไปแล้ว 4,394 ไร่ และปลูกพื้นที่ป่าในพื้นที่ที่ตัดฟันไปแล้ว 3,109 ไร่ ขณะที่ภารกิจวันที่ 15-16 สิงหาคม นี้ ได้ดำเนินการทั้งหมด 6 คดี เนื้อที่มากกว่า 565 ไร่

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อมูลยางพาราที่ตรวจพบทั้งประเทศในปี 2559 รวม 30,475,915.58 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 3,813,536.77 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 26,662,379.11 ไร่ แบ่งเป็น ภาคเหนือ รวม 952,402.77 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 183,658 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 768,744 ไร่ ภาคกลาง รวม 728,935 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 116,486 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 612,448 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 7,283,608 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 580,070 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 6,703,538 ไร่ ภาคตะวันออก รวม 3,337,003 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 102,852 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 3,234,151 ไร่ ภาคตะวันตก รวม 678,569 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 107,123 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 571,445 ไร่ และภาคใต้ 17,495,395 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 2,723,345 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 14,772,050 ไร่

Advertisement

นายชลธิศ กล่าวว่า ขณะที่ข้อมูลยางพาราที่ตรวจพบในป่าสงวนฯ ปี 2559 พบมีการปลูกยางพารา เนื้อที่รวม 5,234,450.79 ไร่ อยู่ในชั้นลุ่มน้ำ 1,2 จำนวน 1,615,379.66 ไร่ ในชั้นลุ่มน้ำ 3,4,5 จำนวน 3,619,071.13 ไร่ โดยเป็นราษฎรผู้ยากไร้ จำนวน 4 ล้านไร่ และนายทุน 1.2 ล้านไร่

ขณะที่นายชีวะภาพ เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการเชิงรุกในการควบคุมการกรีดยางพาราและการผลิตน้ำยางของกลุ่มนายทุนในเขตป่าสงวนฯ ว่า จะเริ่มจากการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับชุมชน เพื่อให้เป็นเครือข่ายแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่เมื่อเกิดกรณีที่กลุ่มนายทุนหรือบุคคลอื่นใดกลับเข้าไปกรีดยางหรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่ได้ตรวจยึดดำเนินคดีไปแล้ว ไปพร้อม ๆ กับดำเนินการเร่งรัดการตรวจยึดแปลงยางพาราของกลุ่มนายทุนให้ได้ตามเป้าหมาย และเร่งรัดการดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา 25 นอกจากนี้ ยังต้องเร่งดำเนินการปลูกพื้นฟูป่าให้ฟื้นคืนสภาพของความเป็นป่าโดยเร็ว

หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ยังกล่าวถึงพื้นที่แปลงยางพาราที่ได้ดำเนินการตามมาตรา 25 ไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนฯ ป่าวังทองฝังซ้าย ท้องที่บ้านตอเรือ ม.13 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ว่า มีพื้นที่รวมจำนวน 1,171 ไร่ แบ่งเป็น 3 แปลง ประกอบด้วย 1. แปลง 287.38 ไร่ ตรวจยึดตามคดีที่ 383/2550 ลงวันที่ 3 ธ.ค. 2550 ดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา 25 เมื่อระหว่าง 4 – 9 มิถุนายน 2558 2. แปลง 94 ไร่ ตรวจยึดตามคดีที่ 40/2550 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 ดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา 25 เมื่อระหว่าง 12 – 18 สิงหาคม 2558 และ 3.แปลง 790.33 ไร่ ตรวจยึดตามคดีที่ 822/2556 ลงวันที่ 12 กันยายน 2556 ดำเนินการรื้อถอนเมื่อระหว่าง 12 – 18 สิงหาคม 2558 ทั้งนี้ ได้ดำเนินการปลูกพื้นฟูไปแล้วจำนวน 1,150 ไร่ ซึ่งขณะนี้ต้นไม้ที่ปลูกไว้ได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบนิเวศน์โดยรอบกลับมาฟื้นคืนความสมบูรณ์อีกครั้ง