เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 15 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไป โดยความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ น.ส.หมายปอง อุ่นอ่อน อายุ 39 ปี พี่สาวของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นอาของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้เข้าพบนายศักดา คล้ายร่มไทย อัยการ จ.กันทรลักษ์ และนายวรพนธ์ หิรัญรัตนา รองอัยการ จ.กันทรลักษ์ เพื่อขอรับการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ได้หายตัวไป และมี ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ตกเป็นผู้ต้องหาของคดีนี้ ซึ่งทางอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ โดยสำนักอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จ.ศรีสะเกษ (สาขากันทรลักษ์) ได้ให้ข้อแนะนำโดยการทำหนังสือขอทราบความคืบหน้าคดีและขอทราบเขตอำนาจศาลไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจบึงมะลู
น.ส.หมายปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า ตนในฐานะพี่สาวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ผู้สูญหาย ตามเลขคดีอาญาที่ 576 / 2560 ได้ทำหนังสือไปถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีที่น้องสาวของตนได้หายไป แต่บัดนี้คดีได้ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว จึงขอความคืบหน้าของคดีว่าอยู่ในขั้นตอนใด และคดีนี้ทราบว่า น่าจะมีบุคคลภายนอกร่วมกระทำผิดในหลายข้อหาและหลายคน หากเป็นเช่นนั้น คดีนี้จะต้องฟ้องนายทหารยศร้อยเอกเป็นผู้ต้องหากับพวกที่ศาล จ.กันทรลักษ์ ดังนั้น ตนจึงขอทราบความคืบหน้าว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนพบว่ามีการดำเนินการเรียกบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำผิดกับนายทหารยศร้อยเอกแล้วหรือไม่ประการใด และคดีนี้พนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนไปยังศาล จ.กันทรลักษ์ หรือศาลทหาร ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้ต่อไป
นายศักดา คล้ายร่มไทย อัยการ จ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อัยการ จ.กันทรลักษ์ ได้ให้คำชี้แนะทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนการดำเนินการสอบสวนนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการต่อไป

