ป.ป.ส.ภาค 8 ระบุกระท่อมบ้านน้ำพุให้เคี้ยวได้เท่านั้น ห้ามพกพาห้ามขาย
รอผลวิจัยชงแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ยาเสพติด
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายพิสุทธิ์ เจริญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดภาค 8(ป.ป.ส.ภาค 8) เปิดเผยกรณีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ คัดเลือกพื้นที่ ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่นำร่องการควบคุมพืชกระท่อม ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ว่า สำนักงาน ป.ป.ส.ได้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยเพื่อสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลพืชกระท่อมพื้นที่นำร่อง จำนวน 6 หมู่บ้านใน ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสารเท่านั้น ได้แก่ บ้านยางยุง บ้านน้ำพุ บ้านนายาว-ดอนสร้อยทอง บ้านดอนทราย บ้านหนองต้อ และบ้านควรใหม่ รวม 1,200 ต้น เพื่อศึกษาขั้นตอนและรูปแบบการทดลองควบคุมพืชกระท่อมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากใบกระท่อมตามวิถีชาวบ้านแต่ดั้งเดิม คือ การเคี้ยวใบสด แต่ยังคงมีกติกาข้อกำหนดร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เพื่อควบคุมการนำพืชกระท่อมไม่ให้นำไปใช้ในทางที่มิชอบ เช่น การซื้อขายและแปรรูปต่างๆ

นายพิสุทธิ์กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อมีการจับกุมจะมีบางส่วนอ้างว่าเคี้ยวพืชกระท่อมเพื่อเป็นยา ซึ่งข้อสรุปจากการวิจัยสามารถใช้เป็นแนวทางกลไกและกระบวนในการทดลองรูปแบบควบคุมพืชกระท่อมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ประกอบกับรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหา จึงได้จัดทำโครงการแก้กฎหมายตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ยาเสพติด เพื่อผ่อนปรนความเป็นอาญา โดยอาจจะต้องมีการปรับแก้ประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะเรื่องเจตนา
“แต่ทั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ หรือแก้กฎหมายหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับผลการวิจัยและประโยชน์จากพืชใบกระท่อมที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) กำลังทำวิจัยอยู่ในพื้นที่ ต.น้ำพุ และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 8 ลงตรวจสอบขึ้นทะเบียนจำนวนต้นกระท่อม โดยได้รับอนุญาตจากสำนักงานอาหารและยา(อย.) เพื่อครอบครองในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ทำการวิจัยระยะที่ 1 ปี 2560 สิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.60 และส่วนระยะที่ 2 ปี 2561 จะต้องขออนุญาตจาก อ.ย.ก่อนเช่นกัน” นายพิสุทธิ์กล่าว
นายพิสุทธิ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพืชกระท่อมในพื้นที่โครงการวิจัยยังคงมีสถานะเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 แต่อนุโลมให้สามารถเคี้ยวกินน้ำได้เท่านั้น โดยมีข้อกำหนดห้ามปลูกเพิ่ม ห้ามมีการพกพา รวมถึงห้ามแปรรูปและจำหน่ายจ่ายแจก โดยขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างการเสนอแนวทางควบคุมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการปรับแก้กฎหมายยาเสพติด

