หน้าแรก ภูมิภาค ผบ.ฉก.ปัตตานี...

ผบ.ฉก.ปัตตานีนำรถปฏิบัติการเคลื่อนที่สนับสนุนการวางแผนทางยุทธวิธี

21.08.17 | 10:55 น.

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี นำรถปฏิบัติการเคลื่อนที่ เป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ สนับสนุนการวางแผนทางข้อมูลข่าวสารและยังใช้เป็นที่ประชุมเคลื่อนที่ ตลอดจนการสั่งการให้กำลังพลที่ปฏิบัติงานในภาคสนามได้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว โดยการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงซึ่งใช้เป็นที่ประชุม หรือติดตามสั่งการของผู้บังคับบัญชาด้วยระบบคอนเฟอเรนซ์ ทั้งภาพและเสียงที่มีประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญในส่วนของต้นทุนการผลิตก็ต่างกับราคาที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศหลายเท่าตัว โดยต้นทุนในการออกแบบและสั่งประกอบอยู่ที่คันละ 180,000-200,000 บาท ทั้งนี้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีได้นำเอารถปฏิบัติการเคลื่อนที่มาใช้เสริมภารกิจการติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายปล้นเต็นท์รถเป็นครั้งแรก

ส่วนความคืบหน้าคดีเหตุคนร้ายปล้นเต็นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา แหล่งข่าวชุดสืบสวนสอบสวนเผยว่า มีความคืบหน้าไปมากและสามารถระบุตัวบุคคลที่มีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้องได้เพิ่มขึ้น ส่วนการติดตามหาเบาะแสของกลุ่มคนร้ายด้วยการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้ก่อเหตุแล้วหลบหนีเข้าพื้นที่ จ.ปัตตานี ต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคเพราะหลายจุดพบกล้องวงจรปิดเสีย อีกทั้งในหลายเส้นทางพบว่าการติดตั้งนั้นมีเพียงกล้องภายนอกตบตาเท่านั้น จึงทำให้พลาดการติดตามหาเบาะแสในหลายๆ จุด ที่สามารถนำมาประกอบใช้เป็นหลักฐานได้อย่างดี

พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า การนำรถปฏิบัติการเคลื่อนที่มาเสริมในภารกิจของทหารนั้น สิ่งสำคัญคือการวางแผนการปฏิบัติได้เร็วมีความถูกต้อง ดังนั้นหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น การให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมวางแผนในพื้นที่เกิดเหตุ จะง่ายและสะดวกต่อการปฏิบัติมากขึ้นกว่าการเดินทางไปประชุมวางแผนที่หน่วยใหญ่ อีกทั้งระบบการสื่อสารนั้นก็มีความพร้อม สามารถสื่อสารติดตามได้เหมือนยกห้องปฏิบัติการราคาหลายล้านบาทมาไว้ในพื้นที่ ตรงนี้ก็ยังเป็นส่วนช่วยเหลือแบ่งเบางบประมาณของ ทบ.ได้ส่วนหนึ่งด้วย

พล.ต.จตุพรกล่าวว่า ในส่วนของความคืบหน้าทางคดีเหตุคนร้ายปล้นเต็นท์รถมือสอง วันนี้ได้สั่งเปิดแผนปูพรมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยทั่วทั้งพื้นที่เขตรอยต่อหลายอำเภอ เพื่อติดตามหากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ล่าสุดมีรายงานว่าสามารถควบคุมตัวและเชิญตัวผู้ต้องสงสัยนำส่งไปยังศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหารแล้ว 2 คน โดยหนึ่งในนั้นได้รับสารภาพแล้วว่ามีส่วนรู้เห็น แต่ไม่ได้เข้าร่วมกระทำผิด เพราะเกิดความเกรงกลัวจะถูกจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ซักถามยังคงควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามขยายผลต่อไปตามกฎอัยการศึกภายใน 7 วัน โดยจะทำควบคู่ไปกับการสนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้นทั้งพื้นที่เป็นแหล่งอิทธิพลของกลุ่มก่อความไม่สงบรวมถึงในพื้นที่ป่าเขา เพื่อกดดันไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงรวมตัววางแผนการก่อเหตุร้ายต่างๆ ได้ง่าย

Advertisement