แพทย์แผนไทย ชี้ได้เวลาปลดล็อค !!! “กระท่อม”ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 ชี้อนาคตอาจมีเครื่องดื่มกระท่อม

วันนี้ 22 ส.ค.60 ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพรหัวหน้าโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “จากเดิมใบกระท่อม จัดเป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่ถูกยกระดับให้อยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับกัญชาอยู่ในการควบคุมของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยผู้ใดผลิตจำหน่าย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จำหน่าย นำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปีและปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 150,000 บาท

จากข้อจำกัดนี้ บนความเป็นไปได้ ในการลดระดับ ใบกระท่อม เพื่อให้ เป็นพืชธรรมดา ที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ นั้นมีความเห็นว่า

“ … อีถ่าง ,ท่อม ,กระท่อมเป็นต้นไม้ประจำถิ่น ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถิ่นที่อยู่หลักๆคือประเทศไทย และ และมาเลเซีย และมีอยู่บ้างในพม่า อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศที่มีรายงานการใช้ประโยชน์ จากใบกระท่อมมาก ที่สุดคือประเทศไทย ลองลงไปคือมาเลเซีย

หลักฐานที่ยืนยันว่า กระท่อมเป็นสมุนไพร ไทยแท้ๆก็คือ เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน เค้าโครงเรื่อง เล่าสืบกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการแต่งขึ้นใหม่ ในสมัย รัชการที่ 2 ในบางตอนใน วรรณคดี เรื่องนี้ยังเป็นหลักฐาน ให้ความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ของผู้คน และบ้านเมือง ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งสืบทอดกันมา แต่สมัยอยุธยา ที่กล่าวถึงกระท่อม ดูตอนที่ 27 พลายงามอาสา …. ครานั้นขุนแผนแสนศักดา ดูท้องฟ้าแสงจำรัสรัศมี สบยามตามตำราว่าฤกษ์ดี สั่งให้ตีฆ้องชัยไว้เดโช ยกจากวัดใหม่ชัยชุมพล พวกพหลพร้อมพรั่งตั้งโห่ พระสงฆ์สวดชยันโต ออกทุ่งโพธิ์สามต้นขับพลมา โห่ร้องฆ้องลั่นมาหึ่งหึ่ง นายจันสามพันตึงเป็นกองหน้า กองหลังศรีอาจราชาอาญา พวกทหารสามพันห้าต่างคลาไคล บ้างคอนกระสอบหอบกัญชา ต้งก่าใส่ย่ามตาม เหงื่อ ไหล บ้างเหล้าใส่กระบอกหอบคอนไป ล้าเมื่อไรใส่อึกไม่อื้ออึง บ้างห่อใบกระท่อมตะพายแล่ง เงี่ยงยาหน้าแห้งตะแคงขึง ถุนกระท่อมในห่อพอตึงตึง ค่อยมีแรงเดินดึ่งถึงเพื่อนกันฯ …..

“ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แหล่งสุดท้ายของวิถีกระท่อม ชาวไร่ชาวนา ในแถบภาคกลาง และภาคใต้สมัยก่อน นิยมเคี้ยวกระท่อมกินบำรุงกำลัง แล้วนำมา ต้มกินชงน้ำกินทำผงกินทำยางไว้กิน หรือสูบ ยางทำจากการนำใบกระท่อมมาต้มน้ำ เคี่ยวต่อจนเหนียว เป็นอย่างการเคี้ยวกระท่อมช่วยให้ ผู้ใช้แรงงานไม่รู้สึกเหนื่อยเมื่อยล้า ทนต่อการทำงานกลางแจ้ง ทนร้อน ทนแดด ทำงานได้ยาวนานขึ้น

และยังทำให้หลับสบายคลายเครียด แต่เมื่อกระท่อมถูกจัดให้เป็นยาเสพติดตั้งแต่เมื่อ 70 กว่าปีก่อนความรู้ของชาวบ้านที่เคยกินเคยใช้กระท่อมก็เริ่มเลือนลางหายไปที่ยังแอบใช้อยู่ก็มีส่วนน้อย ยกเว้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังมีการใช้กันอยู่ หมอยาและชาวบ้านใน สาม จังหวัดชายแดนใต้เล่าว่า สมัยก่อนต้นกระท่อมเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แทบทุก บ้าน เพราะมากด้วยคุณประโยชน์หยิบนำมาใช้ได้สะดวกยามจำเป็นเล่ากันว่าใบกระท่อมนั้นโดยส่วนใหญ่ จะนิยมนำมาเคี้ยวกินสดๆและถูกนำมาจัดเรียงใส่ในสำรับหมากของแต่ละบ้านอีกด้วยบ้างก็พกติดตัวไว้เคี้ยวกินยามเหนื่อยล้าอ่อนแรงจากการทำงานใช้กำลังหรือออกแรงหนักๆบ้างก็นำมารับประทานเมื่อร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะเชื่อว่าสามารถลดอาการเจ็บปวดจากโรคที่เป็นอยู่ได้บ้างก็นำใบอ่อนมาเคี้ยวกิน เล่นยามว่างหรือเป็นผักกินกับข้าวช่วยให้เจริญอาหารบำรุงร่างกายและบำรุงสมรรถภาพทางเพศสำหรับผู้ชายได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ชาวบ้านยังใช้กระท่อมเป็นยาสำหรับสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ๆช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและมีกำลังกลับคืนมาโดยนำใบมาต้มกับน้ำให้เดือดแล้วนำมาดื่มดังนั้นการใช้ใบกระท่อมของชาวบ้านในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

เพราะมีการสืบทอดจากรุ่นบรรพบุรุษกันมาอย่างยาวนาน กระท่อมที่พึ่งสุขภาพก่อนยุคยาแผนปัจจุบัน กระท่อมเป็นสมุนไพรที่มีระบุไว้ในตำรับยาหลายขนานที่ใช้แก้ปัญหาสาธารณสุขในยุคก่อนปี พ.ศ 2500 ได้แก่โรคบิดท้องเสียเช่นยาประสระใบกระท่อมยาหนุมานจองถนนปิดมหาสมุทรยาแก้บิดลงเป็นเลือด ยาแก้บิดหัวลูกยาประสระกาฬแดง

ซึ่งมีบันทึกในตำรับยาแผนไทยคัมภีร์แพทย์ไทยแผนโบราณบ้านทั่วไปยังใช้ใบกระท่อมปรุงเป็นยาแก้บิดแก้ปวดบวมบวมเบ่งแก้ปวดท้องแก้ปวดท้องร่วง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกายระงับประสาทอดฝิ่นแก้ปวดหัวแก้เบาหวานแก้ผอมเหลืองและใช้ภายนอกในการรักษาเริมงูสวัดห้ามเลือดเป็นต้น

มีตำรับยาพื้นบ้านที่ใช้ใบกระท่อมหลายตำรับเช่นรักษาเบาหวาน โดยนำใบกระท่อมมา ย่างไฟ 4-5ใบ เมื่อย่างไฟให้สีออกเหลืองๆกรอบๆแล้ว นำมาต้มใส่น้ำประมาณ 1 ลิตรใช้ดื่มแทนน้ำมีสรรพคุณช่วยลดเบาหวานกินคลุมไปได้เรื่อยๆ ส่วนการใช้รักษาโรคผิวหนังอย่างเช่นเริมงูสวัดจะเอาใบกระท่อมตำคั้นน้ำ ทาหรือตำผสมเหล้าทาบริเวณที่ เป็นบ่อยๆ

เมื่อเด็กนอนไม่หลับร้องงอแง ก็จะตำใบโปะกระหม่อมเด็ก เวลาปวดเมื่อยจะเอาใบกระท่อมบดเป็นผงเอาเฉพาะที่เป็นผงละเอียดผสมน้ำผึ้งทำเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทราไทยกินวันละ 1 เม็ดส่วนตำรับยาอายุวัฒนะหรือยาบำรุงสมรรถภาพที่ควรรู้จักกันทั่วไปที่เข้าใบกระท่อมคือให้เอาหัวแห้วหมูใบกระท่อมพริกไทยขาวหัวกวาวขาว เนื้อลูกมะขามป้อม สิ่งละ 2 บาท บดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดข้าวเม็ดพุทรากินครั้งละ 1 ถึง 3 เม็ดก่อนอาหารเช้าเย็นและมีอีกหลายประการที่กระท่อมช่วยได้เช่นท้องผูกให้เคี้ยวกินใบกระท่อมกับน้ำซาวข้าวท้องเสียให้นำใบกระท่อมมาขอน้ำตาลทรายแล้วเคี้ยวกินและแก้อาการไอที่เกิดจากวัดโดยใช้ใบผสมน้ำตาลเคี่ยวกัน กระท่อมจากสมุนไพรกลายเป็นยาเสพติด

ในตำรับยาไทยกล่าวว่าใบกระท่อมมีรสขมเฝื่อนเล็กน้อยไม่ชวนรับประทานแต่ถ้ารับประทานเพียงเป็นยาอย่าให้ถึงกับติดก็จะมีคนเป็นอันมากแต่หากกินเป็นประจำทุกวันก็มีโอกาสติดได้ง่ายถ้าไม่ได้กินแล้วจะไม่มีแรงทำงานขาดไม่ได้จะเกิดอาการปวดเมื่อยตามกระดูกตามข้อส่วนอาการอื่นๆก็มีบ้างเล็กน้อยเช่นหงุดหงิดกระวนกระวาย ง่วงนอนหาวทั้งวันเป็นต้น

อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่เคยใช้กระท่อมเล่าว่าเลิกกระท่อมง่ายกว่าเลิกกินหมากและเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ยิ่งยากกว่าเลิกกระท่อมหลายเท่าตัว การที่กระท่อมทำให้ติดได้ มีโทษได้ หากใช้ในทางที่ผิดนี่เอง ทำให้มีกฎหมายควบคุมมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2486 โดยมีการตราพระราชบัญญัติพืชกระท่อมห้ามปลูกและครอบครองรวมทั้งห้ามจำหน่ายและเสพใบกระท่อมต่อมาพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ. ศ. 2522 จัดกระท่อมเป็นพืชเสพติดให้โทษประเภท 5 เช่นเดียวกับกัญชาโดยห้ามซื้อขายนำเข้าส่งออกหรือครอบครอง

ในการแบ่งกระท่อม เป็นยาเสพติดประเภท 5 ไม่ได้แบ่งตามธรรมชาติของพืชชนิดนั้น ๆ ทำให้การเข้าถึง หรือ การนำมาใช้ประโยชน์ค่อนข้างยาก

“คิดว่า ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควร นำกระท่อม มาใช้ประโยชน์ทางสมุนไพร -การแพทย์แผนไทย ในทางพื้นบ้าน กระท่อม ใช้เป็นยาแก้ปวด บำรุงกำลัง ยาลดเบาหวาน ,ทำให้ง่วงก็ได้ ตื่นก็ได้ เรื่องยาบำรุงกำลังชายก็ได้ เป็นสิ่งที่มีอยู่เป็นวัฒนธรรม

มียาหลายอย่างที่เราต้องนำเข้า กระท่อม จะมีบทบาทที่จะนำมาใช้เป็นยา กระท่อม ควรพัฒนากฏหมายยกมาเป็นสมุนไพรควบคุม ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย 2542 ก็จะทำให้มีการแจ้งว่า ใครจะขออนุญาตปลูก ครอบครอง ไม่เกินเท่าไร มีพระราชบัญญัติอยู่ หรือ แก้กฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อจะให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ผ่านการแพทย์แผนไทย – ผ่านโรงพยาบาลของรัฐ นำ กระท่อมมาใช้ เป็นยาแผนไทย ยาแผนโบราณได้ หรือ การปรับให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ก็มียาหลายตัวที่อยู่ในยาประเภทนี้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ แต่ต้องมีการควบคุม

การนำ กระท่อมมาใช้ประโยชน์ คิดว่ามีความจำเป็นของประเทศ เพราะก่อนวัฒนธรรมการใช้จะถูกลืมโดยสิ้นเชิง ร่องรอยของการใช้ประโยชน์ จะนำไปสู่การวิจัยพัฒนา ปัจจุบัน อังกฤษ ญี่ปุ่น มีการพัฒนาสารออกฤทธิ์จากกระท่อม อาจมีการต่อโครงสร้างนิดหน่อย จดสิทธิบัตรเป็นยาแก้ปวด

กระท่อมมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยา ซึ่งอาจเริ่มต้นจากยาตำรับดั้งเดิม ยาที่ใช้ในโรงพยาบาล เป็นยาในขั้นต่อไป เป็นเรื่องที่สังคมไทยควนช่วยหาทางออก ในการที่จะนำพืชโลกนี้คนใช้กระท่อมเก่ง มีข้อมูลการใช้มากที่สุดคือคนไทย ทำอย่างไร ใช้ภูมิปัญญาไทย ในอนาคตอาจใช้แทนกาแฟก็ได้ แต่คาเฟอีนเป็นโครงสร้างที่ใกล้เคียงกัน หรือว่าใน เครื่องดื่มทั่วไปที่มีส่วนผสมใบโคคา กลายเป็นเครื่องดื่มน้ำดำที่ทั่วโลกรู้จัก

เพราะฉะนั้น กระท่อมเอง ในอนาคตอาจมีเครื่องดื่มกระท่อม !!! ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เป็นยาเป็นเครื่องดื่มที่เราขาดโอกาสพัฒนา

กระท่อมควรพิจารณาประเภทใหม่ ว่าเขาควรอยู่ในสถานนะไหน ใช้ประโยชน์อย่างไร เป็นยา เป็นเครื่องดื่ม เป็นผักได้ สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในสังคมไทย ต้องไม่ไล่ล่าฆ่าฟัน บริหาร-จัดการ -พัฒนาให้มีความรู้ ไม่สูญจากสังคมไทย ขณะประเทศเพื่อนบ้านยังมีอยู่” ภญ.ดร.สุภาภรณ์กล่าวในที่สุด

*** เคียงข่าว – “กระท่อม”ยาขยันพื้นบ้าน ****

ลักษณะ ต้น และใบ กระท่อม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางใบ หนาทึบใบคล้ายใบกระดังงาไทย ก้านและเส้นใบสีแดง และสีเขียวมีแก่นเนื้อไม้แข็ง มีดอกกลมโตเท่าผลพุทรา มีเกสรรอบดอกคล้ายดอกกระถินมีดอก กระทุ่มสีเหลือง เรื่อๆ

มีปลูกกันตามเรือกสวนทั่วไป แต่เวลานี้รัฐบาลควบคุม โดยเห็นว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ จึงไม่ยอมให้ปลูกกัน

ใบกระท่อมเป็นสินค้าที่ซื้อขายรับประทานกันแพร่หลาย สรรพคุณในด้านยา ใบกระท่อมใช้ปรุงเป็นยาแก้บิด แก้ปวด บวม ปวดเบ่งแก้ปวดท้อง แก้ปวดท้องร่วงแก้ปวดเมื่อยตามร่างกายระงับประสาทใช้เป็นยาแก้บิดได้ดีเท่ากับ โดเวอร์เถาเวอร์ ของฝรั่ง

แต่ถ้าคนไทยเคยรับประทานใบกระท่อมเมื่อรับประทานเข้าไปสัก 1-3 ใบจะมีอาการมึนศีรษะคอแห้งคลื่นเหียนบางทีเมาถึงกับต้องนอนใบของกระท่อมมีรสขมเฝื่อนเล็กน้อยไม่ชวนรับประทานแต่ถ้ารับประทานเพียงเป็นยาอย่าให้ถึงกับติดก็จะมีคนเป็นอันมากชื่อที่เรียกกันทั่วไปภาคกลางเรียกว่ากระท่อมภาคใต้เรียกว่าทอม โคกกระทุ่ม กระทุ่มทาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เบทาโกรชวนคนไทยสร้างสังคม #คนเลือกกิน ตระหนักการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ
บทความถัดไปทองในปท.เช้านี้ขยับขึ้น50บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ20,800บาท