กรณีนางมาลัยภรณ์ วรกิจพันธ์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/29 ถ.ราษฎร์บำรุง ต.ตลาด เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี แจ้งความร้องทุกข์ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ว่า พลทหารนภดล วรกิจพันธ์ หรือทาโร่ อายุ 21 ปี บุตรชาย ทหารเกณฑ์ประจำกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่(มทบ.) 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ถูกทำร้ายมาเสียชีวิตที่บ้านพัก ในสภาพเลือดออกตามปากและจมูกนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี พลทหารนภดลเสียชีวิตได้เชิญนายองอาจ สินสวัสดิ์ อายุ 42 ปี บิดาแฟนสาวพลทหารนภดล ซึ่งเป็นผู้ไปส่งพลทหารนภดลกลับเข้าค่ายวิภาวดีรังสิต เมื่อเวลา18.00 น.วันที่ 19 ส.ค.มาสอบปากคำ ทั้งนี้ นายสวัสดิ์ให้การว่า เวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 19 ส.ค. พลทหารนภดลได้เดินทางมาที่บ้านของตนซึ่งอยู่บริเวณหลังวัดโพธิ์นิมิตร โดยมีพี่สาวพลทหารนภดลเป็นผู้ขับรถมาส่ง ซึ่งครอบครัวตนกับครอบครัวพลทหารนภดลรู้จักมักคุ้นกันดีเนื่องจากพลทหารนภดลคบหากับบุตรสาวตนมากว่า 2 ปีแล้ว และพลทหารนภดลอยู่ที่บ้านตนไม่ได้ออกไปไหนกระทั่งเย็น จึงขอให้ตนพาไปส่งกลับเข้าค่ายตามเวลากำหนด ซึ่งช่วงอยู่ที่บ้านยังเป็นปกติดีไม่มีทีท่าไม่สบาย หรือมีปัญหาใดๆ
พ.ต.อ.วิชอบกล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมและเข้าตรวจสอบสภาพในเรือนนอนที่พลทหารนภดลประจำการในช่วงเวลา 19.40-20.40 น.ที่ญาติสงสัยมีเหตุทำร้ายร่างกายกันหรือไม่ หลังจากนำภาพกล้องวงจรปิดทุกตัวภายในบริเวณเรือนนอนไปตรวจสอบแล้วยังไม่พบความผิดปกติใดๆ ผลการตรวจชันสูตรศพยังไม่ทราบสาเหตุและไม่พบบาดแผลภายนอก จึงจำเป็นต้องสืบสวนว่ามีสาเหตุใดที่ส่งผลกระทบต่อภาวะล้มเหลวของหัวใจและระบบเลือด จนถึงขณะนี้การตรวจสอบยังไม่พบความผิดปกติใดๆ ส่วนประเด็นข้อสงสัยมีบาดแผลฉีกขาดที่ปอด ม้ามและหัวใจ จากการสอบปากคำผู้ที่ให้การช่วยเหลือพลทหารนภดลทราบว่า มีการช่วยปั๊มหัวใจจึงอาจเป็นสาเหตุได้ ซึ่งจะต้องรอการสอบสวนปากคำแพทย์เพื่อยืนยันอีกครั้ง
ล่าสุด ครอบครัวและญาติได้กำหนดพิธีฌาปนกิจพลทหารนภดลแล้ว ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ที่วัดโพธิ์นิมิต ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

