หน้าแรก ภูมิภาค ชาวนครศรีฯ ร้...

ชาวนครศรีฯ ร้องกองปราบ เอาผิดบริษัทปุ๋ย ฉ้อโกงหลอกวางเงินเปิดแฟรนไชส์

22.08.17 | 22:19 น.

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 22 สิงหาคม  ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) น.ส.เกศณี โยเมือง อายุ 43 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนรับมอบอำนาจจากกลุ่มสมาชิกตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรยี่ห้อหนึ่ง จำนวน 15 สาขา เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ. ธันว์ธวัช อนุรักษ์นิยม รอง สว.(สอบสวน ) กก.5 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ นายเอ นามสมมุติ  ประธานบริษัท ผู้ผลิตปุ๋ยยี่ห้อดังกล่าว  และพวก  ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หลังถูกหลอกให้นำเงินวางค้ำประกันในการเปิดแฟรนไชส์ นำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของบริษัทดังกล่าวไปจำหน่ายต่อให้กับลูกค้า แต่เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องคืนเงินค้ำประกันบริษัทดังกล่าวกับไม่ยอมคืนเงินให้ตามที่ตกลงกันไว้

น.ส.เกศณี กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณ ปี 57 ที่ผ่านมา ตนได้พบเห็นบริษัทดังกล่าวลงประกาศโฆษณาผ่านทางสื่อทีวีดาวเทียมหลายช่อง ชักชวนให้เข้าร่วมเป็นตัวแทนเปิดแฟรนไชส์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตรของบริษัท ตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งในแต่ละจังหวัดนั้นจะสามารถจัดตั้งศูนย์สาขาได้เพียงสาขาเดียว พร้อมทั้งบอกเล่าสรรพคุณต่างๆนานาว่าเป็นสุดยอดอาหารเสริมของพืช ซึ่งเป็นสารสกัดอินทรีย์ ปลอดสารพิษ ช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็ว ใช้ได้กับพืชทุกชนิด และผ่านการอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตนจึงให้ความสนใจและติดต่อไปยังบริษัทดังกล่าว เพื่อสมัครเป็นตัวแทนเปิดแฟรนไชส์ ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช  โดยทางบริษัทจะเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด ส่วนตนเองจะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการสาขาเพียงเดียว โดยจะได้รับค่าตอบแทนคิดเป็นร้อยละ 10 จากยอดคะแนนของสาขาที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าได้ในแต่ละเดือน แต่มีข้อแม้อยู่ว่าตนจะต้องยอมวางเงินประกันในการเปิดแฟรนไชส์กับทางบริษัทจำนวนเงิน 1 ล้านบาท และจะได้รับเงินค่าประกันดังกล่าวกลับคืนก็ต่อเมื่อมีการยกเลิกสัญญาแฟรนไชส์ดังกล่าวหลังจากอยู่บริหารครบ 1 ปี ตนจึงได้ตอบตกลงและทำสัญญาเปิดแฟรนไชส์กับบริษัทดังกล่าว

น.ส.เกศณี กล่าวต่อว่ากระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558  ที่ผ่านมา ตนได้ทราบเรื่องว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่วิชาการเกษตร เข้าทำการตรวจสอบโรงงานผลิตปุ๋ยแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครปฐม พบปุ๋ยปลอมไม่ได้มาตรฐานเป็นจำนวนมาก ซึ่ง 1 ในนั้นมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของบริษัทดังกล่าว รวมอยู่ด้วย อีกทั้งช่วงที่เกิดเหตุนั้นทางบริษัทก็ได้โทรศัพท์มาบอกตนให้ทำการย้ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของบริษัท ออกจากศูนย์ไปเก็บไว้ที่อื่น ตนและตัวแทนแฟรนไชส์รายอื่นๆอีก 15 สาขาจึงเริ่มไม่เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายของบริษัทดังกล่าวว่าผ่านมาตรฐานจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่  และต้องการที่จะยกเลิกสัญญาแฟรนไชส์และขอเงินประกันกลับคืนสาขาละ 1 ล้านบาท รวม 15 สาขา คิดเป็นมูลค่ารวม 15 ล้านบาท  แต่ทางบริษัทกลับบ่ายเบี่ยงที่จะคืนเงินประกันดังกล่าวให้ตามที่ตกลงกันไว้ ตนและผู้เสียหายรายอื่นๆจึงได้รวมตัวกันมาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามในวันนี้

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ พร้อมกับทำการสอบปากคำผู้เสียหายไว้ในเบื้องต้นเพื่อประกอบการพิจารณาร่วมกับหลักฐานอื่นๆ ก่อนจะนำเรื่องดังกล่าวส่งต่อไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป