ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม การชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาจากพื้นที่ จ.นราธิวาสนั้น มีจุดให้ประชาชนได้รับชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้ชัดเจนจำนวนหลายจุด โดยส่วนใหญ่จะเป็นชายหาดต่างๆ และบนตึกสูงในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก ตากใบ และพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส แต่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษที่บริเวณพลับพลาที่ประทับเฉลิมพระเกียรติ 7 พรรษา หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปคือ เขื่อนท่าพระยาสาย ซึ่งตั้งอยู่ อ.เมืองนราธิวาส
โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา จะมีประชาชน นักเรียน และผู้สูงอายุที่มาออกกำลังกายในบริเวณดังกล่าว รอรับชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา ที่ค่อนข้างเห็นได้ยากและนานๆ ครั้ง โดยทางโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาแห่งหนึ่ง ได้นำกล้องส่องดูดาว พร้อมทั้งแผ่นฟิมล์กรองแสงชนิดทึบ มาให้นักเรียนได้ชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนี้
และที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากประชาชนที่เดินทางมาเฝ้าดูสุริยุปราคาในครั้งนี้ คือ ทางโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาได้นำเทคนิคการชมด้วยอุปกรณ์แบบโบราณ ด้วยการนำกระชอนใช้สำหรับกรองหรือคั้นมะพร้าวมาทาบกับสมุดใช้สำหรับวาดเขียนพื้นขาว ให้เงาของพระอาทิตย์กระทบผ่านกับกระชอน แล้วจะเห็นเงาด้านหลังของกระชอน ซึ่งเป็นรูปดวงอาทิตย์ที่ถูกพระจันทร์บดบัง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทราบวิธีการดูของคนโบราณ ที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์ยุ่งยากในการดูสุริยุปราคา
ส่วนการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาในพื้นที่ จ.นราธิวาส ครั้งนี้ ดวงอาทิตย์จะเริ่มถูกดวงจันทร์บดบังในเวลา 06.27 น. และดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์มากที่สุดในเวลา 07.26 น. และจะค่อยๆ คลายจนสิ้นสุดการบดบังในเวลา 08.32 น. และดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์ คิดเป็นร้อย 67 ถือว่าเป็นการบดบังเป็นอันดับที่ 2 รองจาก อ.เบตง จ.ยะลา ที่ดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์ มากถึงร้อยละ 69
นอกจากนี้แล้วชาวไทยมุสลิมที่ร่วมเดินทางมาดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา ยังได้ร่วมกันประกอบพิธีละหมาดกูซุป เพื่อรำลึกถึงองค์อัลเลาะห์ผู้สร้างจักรวาล โดยถือว่าเราเป็นบ่าวของพระองค์ เพื่อเป็นแบบอย่างนบีมูฮัมหมัด


