จากกรณีที่สมศักดิ์ มณีรัตน์ กำนันตำบลท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ออกมาตำหนิการทำงานของเขื่อนเจ้าพระยา ที่ปล่อยน้ำทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ ต.ท่าดินแดง เป็นรอบที่ 4 ของปี และตั้งข้อสังเกตโดยไม่เชื่อว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำในอัตรา1,500 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที ตามที่มีรายงานประจำวันจริง เชื่อว่าอาจจะมีการแอบปล่อยน้ำมากกว่าที่แจ้งจนเป็นเป็นเหตุให้ลูกบ้านของตนได้รับความเดือดร้อนนั้น
วันที่ 25 สิงหาคม นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานท่12ชัยนาท ออกมาชี้แจงว่า การริหารจัดการน้ำปัจจุบันเป็นไปตามแผนของกรมชลประทาน เพื่อรักษาพื้นที่การเพาะปลูก1.5ล้านไร่ของลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งรวมหมายถึงนาข้าวใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบเสียหาย สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน15กันยายน2560 จากนั้นพื้นทีเหล่านั้นจะใช้เป็นแก้มลิงธรรมชาติ รองรับน้ำ1,500ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนลงได้


ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าเขื่อนเจ้าพระยามีการแอบระบายน้ำมากกว่า1,500 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที จนเป็นเหตุให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ใน จ.พระนครศรีอยุธยานั้น ขอยืนยันว่าระบบการคำนวณและระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยามีความทันสมัยในระดับมาตรฐานสากล เป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้ ส่วนสาเหตุที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง จ.พระนครศรีอยุธยาลดช้านั้น มาจากระยะนี้เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับกำลังมีโครงการก่อสร้างในลำน้ำ รมทั้งมีบ้านเรือนบางส่วนที่ปลูกรุกล้ำลงมาในแม่น้ำ ทำให้การระบายน้ำจาก จ.พระนครศรีอยุธยาไปลงทะเลที่ปากแม่น้ำ จ.สมุทรปราการทำได้ช้า แต่คาดว่ากลางเดือนกันยายน ที่กรมชลประทานจะเพิ่มการผันน้ำเข้าแก้มลิง จะช่วยให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น

