จากกรณีนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการอบข้อเท็จจริง หลังจากนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมว่า มีการเรียกเก็บค่าเดินทางเข้าเมืองจากผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมารายละ 2,050 บาท โดยจ่ายผ่านวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวเมียนมา ที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม นางเล็ก อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา เปิดเผยว่า หลังจากนายจ้างนำตนและสามีให้ข้อมูลกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เนื่องจากต้องเดินทางกลับบ้านไปประเทศเมียนมาเพื่อต่อพาสปอร์ตผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร และที่ผ่านมาได้ให้ปากคำกับปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันว่าต้องจ่ายเงินนอกระบบรวม 4,100 บาท ล่าสุด มีการข่มขู่ทางโทรศัพท์โดยผู้ที่อ้างตัวเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวเมียนมา แจ้งให้ระวังตัวและอย่าเดินทางกลับประเทศเมียนมาผ่านด่านสิงขรอย่างเด็ดขาด เพราะมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานแสดงความไม่พอใจอย่างมาก จากปัญหาการเปิดโปงการเรียกรับเงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำหนังสือผ่านแดนเพื่อเดินทางทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งได้แจ้งให้นายจ้างรับทราบแล้ว
ด้านแหล่งข่าวจากที่ทำการสำนักงานปกครองจังหวัด ระบุว่า หลังเจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้เสียหายแล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีการให้ข้อมูลทางลับตรงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบที่ด่านสิงขร โดยเจ้าหน้าที่รายงานให้ทราบว่า พบวินมอเตอร์ไซค์ของชาวเมียนมาจอดให้บริการด้านหลังสำนักงาน ตม.ตามปกติ แต่ล่าสุดไม่พบตัว นายโกมิ่น ผู้ที่ถูกอ้างตัวว่าเรียกรับเงินสินบน และขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวเพื่อสอบปากคำ นอกจากนั้นไม่พบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลุ่มดังกล่าวเข้ามารับบริการตามปกติ โดยบรรยากาศการค้าชายแดนเงียบเหงาอย่างหนัก ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะสรุปได้ภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ และจะเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ เบื้องต้นจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ และยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบกับการเปิดด่านถาวรในอนาคตอย่างแน่นอน

