วันที่ 26 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานการณ์น้ำเหนือที่ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดวัดได้ 1,835 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที) ทำให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ 3 จังหวัดท้ายเขื่อนคือ สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ที่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนนั้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยลดภาระของเขื่อนเจ้าพระยา และบรรเทาสถานการณ์ท้ายเขื่อน โครงการชลประทานมโนรมย์ ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท จึงได้ปรับเพิ่มการผันน้ำเข้าพื้นที่ฝั่งตะวันออกผ่านคลองชัยนาท-ป่าสักเพิ่มขึ้นจาก 90 ลบ.ม./วินาที เป็น 170 ลบ.ม./วินาที ตามแผนการกระจายมวลน้ำของกรมชลประทาน ที่จะผันน้ำเข้าทั้ง 2 ฝั่งเพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน ซึ่งล่าสุดฝั่งตะวันออกและตะวันตกสามารถรับน้ำได้รวมกัน 377 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ยังคงการระบายน้ำไว้ที่ 1,500 ลบ.ม./วินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเริ่มทรงตัว โดยวัดได้ 13.60 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนด้านเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยวัดได้ 15.85 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งจากมาตรการคงการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จะทำให้ระดับน้ำใน 3 จังหวัดท้ายเขื่อนทรงตัวและเริ่มลดลง หากไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่หรือน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการผันน้ำลงอ่าวไทย

