เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้หลังระดับน้ำโขงเพิ่มต่อเนื่อง ไม่เพียงส่งผลกระทบทำให้น้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากลำน้ำสาขาไหลระบายลงน้ำโขงช้า บวกกับในปีนี้เกิดพายุบ่อยครั้ง ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยผลกระทบนอกจากน้ำโขงสูง ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดตามแนวชายแดนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระดับน้ำโขงสูง ทำให้เอื้อต่อการลำเลียงขนส่งง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องลำเลียงขนส่งไกลตลิ่ง สามารถลักลอบขนส่งได้ทุกจุดตลอดแนวลำแม่น้ำโขง อีกทั้งช่วงฤดูฝนยังเป็นอุปสรรคปัญหาในการทำงานลาดตระเวนสกัดกั้นปราบปรามจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทำให้มีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ รวมถึงขบวนการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมายตามแนวชายแดน มากขึ้น
โดยจากสถิติการจับกุมในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน พบว่า มีการตรวจยึดกัญชาอัดแท่งนำเข้าจำนวนมากกว่า 6 ตัน ยาบ้ามากกว่า 4 แสนเม็ด มูลค่าเป็นเงินปีละหลาย 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีสถิติมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนปี 2559 มีการตรวจยึดกัญชาประมาณ 6 ตัน ยาบ้าประมาณ 3 แสนเม็ด และการลักลอบขนส่งส่วนใหญ่จะมีการขนส่งแบบกองทัพมดบรรทุกใส่เรือหางยาว ข้ามมาพักก่อนนำส่งต่อไปขายทางพื้นที่ตอนใน ทำให้ทางกองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ได้บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เข้มงวดสกัดกั้นปราบปรามจับกุมต่อเนื่องตลอดแนวชายแดนแม่น้ำโขง รวมถึงเส้นทางขนส่ง
ด้าน พลเรือตรี วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม (นรข.) เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนที่ระดับน้ำโขงสูงใกล้ตลิ่ง ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการลักลอบขนส่งยาเสพติดนำเข้าตามแนวชายแดนมากขึ้น เนื่องจากเอื้อต่อการขนส่งของขบวนการค้ายาเสพติด สะดวกในการขนส่ง ใช้เวลาสั้น ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการตรวจยึดจับกุมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกัญชาจะมีจำนวนมาก ตรวจยึดได้ครั้งละ 30-50 กิโลกรัม และในการขนส่งส่วนใหญ่ จะมีการขนส่งกลางวัน ไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่
ซึ่งทางหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง ได้ประสานงานกับทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เฝ้าระวังตามแนวชายแดนที่รับผิดชอบตั้งแต่ภาคเหนือ จ.เชียงราย ยาวมาถึงภาคอีสาน ที่ จ.อุบลราชธานี ถึงแม้จะมีอุปสรรคปัญหา แต่ทางหน่วยงาน นรข.ได้มีการเข้มงวดต่อเนื่อง ทุกฤดูกาล ทั้งทางบก ทางน้ำ แต่สิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหา คือการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนในพื้นที่ ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ตลอดที่ผ่านมาหลายครั้งได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านเป็นอย่างดี และต้องฝากพี่น้องประชาชนช่วยสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่จะมาทำลายประเทศชาติบ้านเมือง รวมถึงอนาคตลูกหลาน

