เพื่อนร่วมรุ่น “บัวเกี๋ยง” ไม่ตำหนิ “ปู” หนีคดี ชี้เสียสละไม่สร้างความแย้ง-รุนแรง บอกกลุ่มนกเสรีเฝ้าติดตามดู คสช.-รัฐบาล ทำประโยชน์ให้บ้านเมือง-ประชาชนแทนเชื่อเพื่อนไม่เสี่ยง กลับมาฟังคำตัดสิน 27 กันยายนี้ โอกาสรอดยาก ชี้ทุกคนมีทางเลือกตนเอง แนะอยู่เงียบๆ นั่งสมาธิ-ฟังธรรมดับทุกข์-สงบจิตใจ เชื่อผ่านพ้นไปได้ ด้านครูเคยสอนบอกสั้นๆ”ไปแล้ว ไปเลย จบ”
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายมหวรรณ กะวัง แกนนำกลุ่มนกเสรี ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น”บัวเกี๋ยง” โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เผยกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าวของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมาจนถูกศาลออกหมายจับและริบเงินประกัน 30 ล้านบาท พร้อมเลื่อนคำตัดสินไปเป็นวันที่ 27 กันยายนนั้นว่า ส่วนตัวเคารพการตัดสินใจ ไม่ตำหนิ เชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีจุดพลิกผันของตนเอง พร้อมเสียสละ ที่ไม่ต้องการให้ตนเองเป็นจุดสร้างความขัดแย้งหรือเกิดความรุนแรงจนเสียเลือดเสียเนื้อ อยากให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยทุกฝ่ายไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องการเมืองอีก และเป็นไปตามโรดแมปที่รัฐบาลวางไว้
“กลุ่มนกเสรี และคนเสื้อแดง ยังยึดมั่นอุดมการณ์ ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ไม่มีนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม ยังเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา ว่าได้ทำประโยชน์อะไรให้แก่บ้านเมืองและประชาชนบ้าง ช่วง 3 ปีที่ผ่านมายังไม่มีผลงานเข้าตาเลย ส่วนวันที่ 27 กันยายน คงไม่ไปฟังคำตัดสินที่กรุงเทพฯ เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงไม่กลับมาฟังคำตัดสินคดีดังกล่าว เพราะนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังถูกตัดสินจำคุก 42 ปี จึงเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เสี่ยง เพราะเป็นเป้าหมายใหญ่ โอกาสรอดคดียาก” นายมหวรรณ กล่าว
นายมหวรรณ กล่าวอีกว่า ช่วงไปฟังคำตัดสินที่ศาล เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ส่งข้อความทางไลน์ไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าไม่ต้องห่วงมวลชนที่มาให้กำลังใจ เพราะทุกคนมาด้วยความรัก ผูกพัน และศรัทธา ซึ่งเป็นข้อความสุดท้ายที่ติดต่อกับเพื่อน แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้อ่าน และไม่ได้ตอบกลับมา ดังนั้นเพื่อนร่วมรุ่นหลายคน จึงฝากความห่วงใย และคิดถึงไปให้ เพราะคงไม่ได้เจอกันอีกนาน พร้อมขอให้ดูแลสุขภาพ แต่ไม่กังวล เชื่อว่านายทักษิณ พี่ชาย และครอบครัว คงดูแลเป็นอย่างดี และสุขสบายมากกว่าอยู่ในประเทศ ไม่ต้องเผชิญวิบากกรรม ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามทำลายล้างอีก ซึ่งเพื่อนทุกคน ยังให้กำลังใจเหมือนเดิม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
“ส่วนตัว เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีโอกาสกลับประเทศ ขึ้นอยู่กับเวลาและความเหมาะสม ภายใต้เงื่อนไข หรือบริบทใหม่ ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นอะไร เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อายุเพียง 50 ปีเท่านั้น ยังมีโอกาสทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองได้อีกหลายรูปแบบ ถึงตอนนั้นจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ยังรอคอยการกลับมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ แม้ความเป็นจริงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โอกาสเดินทางกลับมามีน้อยมาก หรือเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็ตาม” นายมหวรรณ กล่าว
น.ส.ฟ้ามุ่ย รัตนคีรี ข้าราชการบำนาญ อดีตอาจารย์โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ในฐานะรุ่นพี่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย อ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้สอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่รู้จัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะรุ่นพี่เท่านั้น เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีกิริยามารยาทและอัธยาศัยดี ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจชะตากรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับสิ่งที่ตนเองไม่ได้ก่อไว้ เป็นเพราะบริวารใกล้ชิด และคนรอบข้าง ทำให้ถูกการเมืองบีบและทำลายล้าง จำเป็นต้องหนี ไม่สามารถแบกรับภาระและความหวังประชาชนได้ แต่ไม่ใช่สิ่งผิด เพราะทุกคนต้องมีทางเลือกของตนเอง เชื่อว่าผู้สนับสนุนคงเข้าใจ และให้กำลังใจไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นขออวยพรให้โชคดี มีความสุข ปลอดภัย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม
“อยากแนะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่เงียบๆ สักพักคงดีขึ้น ยึดหลักคำสอนพุทธศาสนาว่าทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เหมือนมียศ เสื่อมยศ มีลาภ เสื่อมลาภ ทุกสิ่งเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง ช่วงเวลาที่เหลือ อยากให้นั่งสมาธิ วิปัสสนา ฟังธรรม เพื่อดับทุกข์และสงบจิตใจมากขึ้น เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงผ่านพ้นไปด้วยดี” น.ส.ฟ้ามุ่ย กล่าว
ด้านนางสุภาพ วัฒนวิกย์กรรม์ อดีตอาจารย์โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งเคยสอนและเป็นครูที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคารพนับถือ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า”ไปแล้ว ไปเลย จบ” และปฏิเสธแสดงความคิดเห็นอีก

