ฉก.ทพ.41 ยะลา สั่งปรับแผนเป็นหน่วยเชิงรุกร้อยเปอร์เซ็น หลังหน่วยข่าวแจ้งเตือนก่อเหตุใหญ่เชิงสัญลักษณ์

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 29 ส.ค. ที่หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารที่ 41 เรียกประชุมผู้บังคับหน่วยที่ตั้งฐานปฏิบัติการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จ.ยะลา ตลอดเขตรอยต่อกับพื้นที่ จ.ปัตตานีและ จ.นราธิวาส ให้มีการปรับแผนทางยุทธวิธี รวมถึงการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลให้เป็นแบบเชิงรุก โดยย้ำทุกหน่วยต้องมีความตื่นตัว สามารถตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการปฏิบัติภารกิจของชุดต่างๆ ปรับการวางแผนยุทธวิธีก่อนออกทำหน้าที่เป็นแบบรายวัน เพื่อป้องกันการเฝ้าสังเกตการณ์ของฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งการปฏิบัติสนองแนวนโยบายของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เรื่องการดูแลกำลังพล โดยให้ผู้บังคับหน่วยหมั่นตรวจตราและสังเกตพฤติกรรมของกำลังพลทุกนาย หากพบสิ่งบอกเหตุอาจเป็นเรื่องเจ็บไขไม่สบาย หรือสภาพจิตใจเริ่มแสดงถึงความอ่อนแอ อาจจากเรื่องปัญหาส่วนตัว จะต้องรีบเข้าไปดูแลช่วยเหลือด้วยการนำไปตรวจรักษาทันที ทั้งนี้เพื่อต้องการให้มีการแสดงออกถึงการใส่ใจดูแลเสมือนดังคนในครอบครัวได้มีขวัญกำลังใจ และยังเป็นการป้องกันไม่ให้กำลังพลที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอออกไปปฏิบัติงาน เพราะเป็นการเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงคำสั่งเน้นย้ำว่าต้องเฝ้าระวังป้องกันที่ตั้งไม่ให้ถูกลอบโจมตี ตามที่มีการแจ้งเตือน

ขณะที่หน่วยข่าวด้านความมั่นคงจากหลายหน่วยได้ร่วมประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ หลังได้รับข้อมูลข่าวสารตรงกันว่า กลุ่มก่อความไม่สงบระดับแกนนำสั่งการ รวมถึงแนวร่วมในหลายพื้นที่มีการเคลื่อนไหวแบบนัดพบปะพูดคุย หรือการสนทนาข้อความแอบแฝงผ่านทางสื่อโซเชียลอย่างผิดปกติ ในลักษณะของการส่งต่อข้อความ ซึ่งเป็นสิ่งบอกเหตุว่าฝ่ายตรงข้ามอาจมีแผนการก่อเหตุครั้งใหญ่ เนื่องจากในห้วงวันที่ 31 ส.ค. เป็นวันที่ประเทศมาเลเซีย ประกาศอิสรภาพ หรือวันชาติมาเลเซีย เกิดขึ้นเมื่อ 31 ส.ค.2500 โดยแต่ละปีที่ผ่านมากลุ่มผู้ไม่หวังดีมักใช้ห้วงวันเวลาดังกล่าว อ้างความชอบธรรม ด้วยการติดป้ายผ้าข้อความโจมตีและการก่อกวนในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการลอบวางระเบิดในหลายจุดที่มีการแขวนป้ายผ้า เพื่อต้องการก่อเหตุสร้างความรุนแรงในเชิงสัญลักษณ์

อีกทั้งข้อมูลข่าวสารแจ้งเตือนจากสายข่าวที่ฝังตัวอยู่ในกลุ่มก่อความไม่สงบ ยังได้รายงานมีการพูดคุยในกลุ่มขบวนการว่า นายเด็ง อาแวจิ แกนนำสั่งการคนสำคัญและมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายทหารของกลุ่มขบวนการ BRN มอบหมายให้แกนนำในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ จัดหารถประกอบเป็นรถคาร์บอมบ์ไปก่อเหตุในห้วงวันที่ 31 ส.ค. นอกจากนี้ยังมอบหมายให้สมาชิกกลุ่มแนวร่วมประมาณ 1,000 คน ออกมาช่วยกันปลุกระดมชวนเชื่อต่อกลุ่มชาวบ้าน รวมถึงนักศึกษาออกมาจัดกิจกรรมแสดงออกต่างๆ ด้วยการแฝงการยุยงและบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยให้ผู้มาร่วมกิจกรรมร่วมแสดงการระลึกถึงการกอบกู้เอกราชรัฐปัตตานี เหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมอบหมายให้แกนนำและแนวร่วมกำหนดจัดกิจกรรมแอบแฝงในวันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้พร้อมกันทั่วทั้ง 3 จว.ชายแดนใต้และ 4 อำเภอ จ.สงขลา และยังคงให้มีการก่อเหตุต่างๆ ควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ได้มีคำสั่งด่วนที่สุดถึงหน่วยกำลัง 3 ฝ่าย ให้ติดตตามข่าวสารและเฝ้าระวังป้องกันการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงการให้กำลังภาคประชาชนเข้ามามีส่วนสำคัญ นอกเหนือจากการตรวจตรารถและบุคคลเป้าหมายอย่างเข้ม เพื่อจำกัดไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามกระทำการใดๆ ได้อย่างเสรี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทองในปท.เช้านี้ขึ้นพรวด300บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ21,200บาท
บทความถัดไปผู้ต้องหาคดีปล้นเต็นท์รถทำคาร์บอมบ์ มอบตัวแต่ปัดเอี่ยวกลุ่มคนร้าย