เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) งานศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสม โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยมีนายจุลเทพ จิตรสมบัติ วิศวกรอำนวยการศูนย์โครงการปรับปรุงทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ แนวเส้นทางโครงการ รูปแบบการก่อสร้าง และประโยชน์ของโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน มีผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นักวิชาการ ผู้นำชุมชน ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนากว่า 400 คน ณ ห้องเทพราชแกรนด์ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
นายจุลเทพ จิตรสมบัติ วิศวกรอำนวยการศูนย์โครงการปรับปรุงทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ เป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและโลจิสติกส์ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC โดยได้รับการบรรจุไว้ในแผนการดำเนินโครงการและงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2560 – 2561 เป็นการปรับปรุงโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างท่าอากาศ และโครงการรถไฟความเร็วสูง ประกอบด้วยโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศในเมือง โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศสุวรรณภูมิ ส่วนต่อขยายช่วงพญาไท – ดอนเมือง (ARLEX) และโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ – ระยอง (HSR) เพื่อให้รถไฟฟ้าแบบ City Line และการเดินรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์เป็นโครงการเดียว สามารถรองรับความต้องการการเดินทางที่เพิ่มขึ้น เป็นการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้มาใช้บริการ
“โดยในการประชุมครั้งนี้ มีการนำเสนอสาระสำคัญโครงการ ได้แก่ แนวเส้นทางโครงการที่ผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง มีจำนวน 10 สถานีได้แก่สถานีดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา อู่ตะเภา และสถานีระยอง รูปแบบโครงสร้างของโครงการ จะก่อสร้างเป็นทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) 2 ช่วง คือพญาไท – ดอนเมือง และลาดกระบัง – ระยอง พร้อมทางรถไฟเชื่อมเข้าออกสนามบิน ส่วนใหญ่เป็นทางรถไฟยกระดับ มีส่วนที่เป็นอุโมงค์ทางคู่บริเวณช่วงถนนพระราม 6 – สามเสน สถานีสุวรรณภูมิ และเขาชีจรรย์ รวมระยะทางประมาณ 260 กม. โดยมีศูนย์ซ่อมบำรุงเดิมที่คลองตัน เพื่อรองรับรถไฟฟ้า City Line
ส่วนศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งใหม่พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง โดยมีศูนย์กลางควบคุมการเดินรถ (Operations Control Centre – OCC) ของโครงการตั้งอยู่ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงทั้ง 2 แห่ง โดยตลอดแนวเส้นทางโครงการ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทยเดิม ไม่ได้พาดผ่านพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ โครงการยังได้เตรียมเสนอมาตรการป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการก่อสร้างอีกด้วย” วิศวกรอำนวยการศูนย์โครงการปรับปรุงทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าว และว่า สำหรับจังหวัดฉะเชิงเทรา ถือเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและวัดวาอารามที่สำคัญ อาทิ วัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อโสธร) ตลาดบ้านใหม่ ตลาดน้ำบางคล้า วัดสมานรัตนาราม ตลาดคลองสวน 100 ปี เป็นต้น ดังนั้น เมื่อการพัฒนาโครงการแล้วเสร็จในปี 2566 จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมให้แก่จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกทั้งเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการรถไฟฟ้า City Line กว่า 103,920 คน/เที่ยว/วัน และมีผู้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงถึงกว่า 65,630 คน/เที่ยว/วัน ทั้งนี้ รฟท.จะสรุปผลการศึกษาโครงการประมาณเดือนตุลาคม 2560 จากนั้น จะรวบรวมข้อมูล ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้เข้าร่วมการประชุม นำมาพิจารณาประกอบรายงานผลการศึกษาโครงการ และจะจัดเตรียมส่งมอบให้กับกระทรวงคมนาคมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

