‘ธรณ์’ ยันภาพที่ภูเก็ต จระเข้น้ำเค็มจริง โอกาสจู่โจมคนน้อย คาดหลุดจากบ่อเลี้ยง เร่งหาที่มา-เฝ้าระวัง

30.08.17 | 09:00 น.
ภาพจากเว็บไซต์ The Phuket News

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ส.ค. เว็บไซต์ The Phuket News ซึ่งเป็นสื่อภาษาอังกฤษ ของจังหวัดภูเก็ต ได้มีการเผยแพร่ภาพนิ่งและวีดิโอคลิปรายงานข่าวเกี่ยวกับจระเข้ขนาดใหญ่ซึ่งว่ายน้ำอยู่ในทะเล ซึ่งในรายละเอียดระบุว่าเป็นหาดบางเทา อ.ถลางจ.ภูเก็ต

โดยในคลิปดังกล่าว เป็นภาพมุมสูงที่ถ่ายจากโดรน เห็นจระเข้ขนาดใหญ่ กำลังว่ายน้ำไปอย่างใจเย็น ซึ่งห่างจากชายฝั่งไปเกือบ 100 เมตร ซึ่งโดรนก็พยายามเข้าไปใกล้ ก่อนที่จระเข้ตัวดังกล่าวจะตกใจและดำน้ำหายไป

ทั้งนี้จากข้อมูลของเวปไซด์ The Phuket News รายงานเพิ่มเติมว่า จระเข้ดังกล่าวถูกถ่ายไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (ประมาณวันที่ 24 ส.ค.) โดย ผู้ที่ถ่ายไว้ได้ซึ่งไม่ขอระบุชื่อได้ส่งภาพวีดิโอพร้อมข้อความมาให้กับผู้สื่อข่าว โดยระบุว่า เป็นภาพของจระเข้ขนาดประมาณ 7 ฟุต กำลังว่ายนำอยู่นอกชายหาดบางเทา โดยผู้ที่ส่งภาพมายังระบุไว้ว่า เขาอยากให้ภาพดังกล่าวเพื่อให้มีการนำเสนอ แต่ไม่ต้องการที่จะให้จระเข้ถูกฆ่าตาย หรืออาจจะส่งผลให้มันสูญหายไปจากทะเลอันดามัน อยากให้มีวิธีดำเนินการอย่างปลอดภัยแต่ไม่จำเป็นต้องฆ่า

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ Thon Thamrongnawasawat หรือ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความระบุ “มีข่าวเรื่องจระเข้น้ำเค็มที่หาดบางเทา ภูเก็ต ชาวต่างชาติชื่อคุณไมค์ไปเดินเล่นแล้วสังเกตเห็น จึงวิ่งกลับมาบ้านแล้วเรียกลูกชายเอาโดรนไปถ่ายภาพไว้ คลิปที่เห็นชัดเจนมากครับว่าเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ ความยาวน่าจะถึง 3 เมตร #จระเข้ภูเก็ต กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อปี 56 ก็มีรายงานว่าชาวบ้านเคยเห็นที่หาดไม้ขาว ภูเก็ต จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป

Advertisement

ก่อนที่จะถามว่าเป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า ? เรามาดูที่มาของจระเข้ก่อน จระเข้น้ำเค็มเคยพบในฝั่งอันดามัน มีหัวกะโหลกเป็นหลักฐานที่เกาะตะรุเตา ใครเคยไปคลองพันเตมะละกา คงจำได้ว่าข้างในมี “ถ้ำจระเข้” แล้วเป็นไปได้ไหมที่จะมีจระเข้ตามธรรมชาติเหลืออยู่ ตั้งแต่สมัยนั้นยันตอนนี้ โอกาสมีน้อยมากครับ แต่แน่นอนว่ายังพอมีจระเข้น้ำเค็มอยู่แถบนี้บ้าง อาจเป็นในพม่าในสุมาตรา แต่โอกาสที่จะมาถึงภูเก็ต เป็นไปได้แต่ยากนิด อีกแหล่งอาจเป็นจระเข้หลุดจากฟาร์มหรือแหล่งที่เลี้ยงอื่นๆ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งน้ำจืด ลูกผสมและน้ำเค็ม

แล้วเราทำอย่างไร ? แน่นอนว่าเราก็ต้องหาทางจับ เป็นไปได้ว่าจระเข้ต้องขึ้นฝั่งบ้าง เพื่ออาบแดดเติมความร้อนให้ร่างกาย ตอนที่ขึ้นฝั่งน่าจะเป็นโอกาสดี แต่ขึ้นตรงไหน ? อ่านต่อไปนะฮะ แล้วจระเข้เป็นอันตรายหรือไม่ ? จระเข้อาจเป็นอันตราย แม้เขาอาจไม่ทำร้ายคนเป็นประจำ แต่ก็มีข่าวอยู่บ้างนะ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พายุเข้า คลื่นใหญ่ จระเข้คงไม่เข้ามาน้ำตื้น จะลอยอยู่นอกแนวคลื่น ซึ่งช่วงนี้คลื่นใหญ่ แนวคลื่นอยู่ห่างฝั่ง ซึ่งคนเล่นน้ำทั่วไปคงไม่ต้องกลัวมากนัก แต่ถ้าคนที่ว่ายน้ำไปไกล พวกเล่นกระดานโต้คลื่น อย่างนั้นก็ต้องระวังเพิ่มขึ้นนิด แต่ถ้าถามผมตามตรง ผมไม่ค่อยวิตกมาก คงเป็นเพราะผมเคยเรียนที่ออสเตรเลียหลายปี แถมจุดที่ผมออกฟิลก็ดงจระเข้ เคยเจอตอนแบกอุปกรณ์ริมคลองด้วยซ้ำ (far north queensland ครับ) ปกติจระเข้ที่จู่โจมคน จะเป็นตามคลองที่เชื่อมต่อกับทะเล ตามป่าโกงกาง โอกาสที่จระเข้โจมตีคนตามชายหาดทรายมีน้อยครับ

ผมเชื่อว่าคนในพื้นที่คงหาทางจัดการต่อไป ก็คงพยายามตามหาและจับให้ได้ อาจบอกให้ผู้คนช่วยกันสังเกตตามคลองที่ต่อกับทะเลแถวนั้น อาจต้องเฝ้าดูไปถึงอ่าวพังงา เพราะถ้าจระเข้ว่ายผ่านทางสารสิน เข้าไปในป่าชายเลนพังงาได้ง่าย จระเข้อาจขึ้นมาอาบแดดตามหาดเลน ตอนช่วงน้ำลง แต่ถ้าหาไม่เจอก็คงเฝ้าระวังต่อไปสักระยะ ในขณะเดียวกันก็ควรมีการตรวจเช็คตามฟาร์มต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง (รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย) ว่ามีจระเข้หลุดหรือไม่

“การดูแลจระเข้ในฟาร์ม เป็นหน้าที่ของกรมประมง ปกติจระเข้ขนาดใหญ่น่าจะมีการฝังชิป สุดท้ายเราคงต้องตรวจสอบระบบการเลี้ยงและดูแล เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เป็นปัญหาในอนาคต (จะหลุดหรือไม่หลุด ตรวจไว้สักนิดก็ดีครับ) ผมดูคลิปแล้วยืนยันว่าจระเข้แน่นอนครับ”

ดร.ธรณ์ กล่าวว่า เครือข่ายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ จ.ภูเก็ต ควรเร่งตรวจสอบและค้นหาจระเข้น้ำเค็มในพิกัดที่ชาวต่างชาติบันทึกภาพได้บริเวณชายหาดบางเทา โดยสันนิษฐานว่าเป็นจระเข้ที่ถูกนำมาเลี้ยงและหลุดออกมาจากหลายสาเหตุโดยไม่ได้รายงานให้กรมประมงรับทราบ ดังนั้นจึงไม่ใช่จระเข้น้ำเค็มในธรรมขาติที่มีเพียงตัวเดียว เนื่องจากข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าประเทศไทยจระเข้น้ำเค็มซึ่งสัตว์คุ้มครองแต่สูญพันธ์นานแล้ว และไม่น่าจะพลัดหลงมาจากทะเลลึกในเขตประเทศเมียนมาหรือเกาะสุมาตรา เนื่องจากมีระยะทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร และ จ.ภูเก็ตอยู่พื้นที่กึ่งกลางของทะเลอันดามัน