หน้าแรก ภูมิภาค สลด คนพิการช่...

สลด คนพิการช่วยสุนัขจากน้ำเชี่ยว ผู้ใหญ่บ้านตามมาช่วย จมดับ 2 สุนัขรอดนอนเศร้าเฝ้าศพ

30.08.17 | 09:13 น.

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. วันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปวเรศ กระเวนกิจ สว.สอบสวนเวร สภ.สังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ไดรับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำ 2 ราย พบศพแล้ว 1 ราย และสูญหายอีก 1 รายที่บริเวณฝายบ้านขามน้อย บ.ขามน้อย หมู่ 8 ต.ขอนแตก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ จึงประสานงานกับหน่วยกู้ภัยตาดาน,หน่วยกู้ชีพ อบต.ขอนแตก,ทีมประดาน้ำ จากหน่วยวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ และทีมประดาน้ำ จากหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ (มูลนิจิบเต็กเซียงตึ๊ง) เพื่อลงพื้นที่เกิดเหตุ โดยในที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนมุงดูรอบฝายน้ำล้นหลายร้อยคน

ที่เกิดเหตุพบศพนายชัยพร อินดี อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นชายพิการขาด้านซ้าย ตั้งแต่หัวเข่า และขาข้างขวาผิดรูป สาเหตุจากอุบัติเหตุรถชนมาหลายปีแล้ว ต้องนั่งรถเข็น อยู่บ้านที่ ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งถูกชาวบ้านช่วยกันนำศพขึ้นมาจากน้ำไว้ที่บริเวณสันฝายน้ำล้น ใกล้กับรถเข็นคนพิการของผู้ตาย ขณะที่ผู้สูญหายอีกรายทราบชื่อต่อมา คือ นายประกาศิต วิวาสุขุ อายุ 44 ปี ผู้ใหญ่บ้านขามน้อย ยังไม่พบร่าง ท่ามกลางสายน้ำที่เชี่ยวกราก โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าฝายน้ำล้น ที่พบว่ามีกระแสน้ำไหลแรงและหมุนวน ซึ่งทีมประดาน้ำได้ช่วยกันวางแผนเพื่อลงน้ำงมหาด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรง พร้อมกับนำเชือกผูกโยงข้ามลำน้ำหลายจุดเพื่อดักร่างของผู้ใหญ่บ้านเคราะห์ร้ายที่จมน้ำหายไป แต่ก็ยังไม่พบ จนล่าสุดเวลาผ่านไปร่วม 7 ชั่วโมงก่อนที่ทีมประดาน้ำจะงมพบศพของผู้ใหญ่บ้าน อยู่ห่างจากบริเวณหน้าฝายน้ำล้นไปประมาณ 20 เมตร ในเวลา 22.17 น. ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าสลดของชาวบ้านที่มามุงดูและคอยให้กำลังใจกับครอบครัวผู้ใหญ่บ้านและทีมประดาน้ำในการงมหาร่างจำนวนมาก

โดยเฉพาะนางกรองแก้ว วิวาสุขุ อายุ 42 ปี ภรรยาผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในอาการเศร้าสลดและร้องให้ด้วยความเสียใจ ขณะที่นายสุทัศน์ แต้มทอง นายก อบต.ขอนแตก ก็ลงพื้นที่หลังจากเกิดเหตุเพื่อสั่งการและติดตามสถานการณ์ พร้อมให้กำลังใจกับครอบครัวผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด

จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบชื่อคือ นายพรชัย รักษาพันธ์ อายุ 16 ปี อยู่ บ.ขามน้อย ต.ขอนแตก เปิดเผยว่า ผู้พิการที่เสียชีวิต ได้นั่งรถเข็นมาเล่นที่บริเวณฝ่ายน้ำล้น พร้อมกับสุนัขคู่ใจ ซึ่งตนเองก็มาเดินเล่นแถวนั้นด้วยเป็นประจำ ระหว่างนั้นได้ยินผู้ตายพูดกับสุนัขว่า ลงน้ำไปเลยเดี๋ยวตนเองจะตามลงไป ซึ่งตนไม่ทันสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ก่อนจะเห็นสุนัขตกลงไปในกระแสน้ำหน้าฝายที่เชี่ยวกราก ก่อนที่ผู้พิการจะลงจากรถเข็นและคลานลงไปในน้ำเพื่อช่วยสุนัข ไม่นานผู้พิการก็เริ่มถูกกระแสน้ำหมุนวนและดูดลงไปในน้ำ ไม่สามารถขึ้นจากน้ำได้และเริ่มจะจมน้ำ ตนจึงกระโจนลงไปช่วย แต่ไม่สามารถดึงร่างคนพิการขึ้นมาได้ ไม่นานนักผู้พิการเริ่มกอดรัดตนเองและตนก็เริ่มหมดแรง จึงตัดสินใจผละตัวออกมาเพื่อเอาชีวิตตนเองให้รอดก่อน เพราะไม่ไหวแล้ว ถ้าหากฝืนอยู่ช่วยต่อคงต้องจมน้ำตายไปทั้งคู่แน่ ก่อนจะว่ายน้ำมาขึ้นฝั่ง ส่วนสุนัขก็ว่ายน้ำขึ้นฝั่งมาได้ก่อนหน้าแล้ว ระหว่างนั้นผู้พิการก็จมหายไป และเห็นร่างลอยขึ้นจากน้ำผลุบๆ โผล่ ต่อหน้าต่อตา ทั้งที่ใจอยากจะช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ตนก็รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยชีวิตพี่เขาได้

Advertisement

หลังจากนั้นมีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ไม่กี่คนได้เรียกให้คนมาช่วย ไม่นานผู้ใหญ่บ้านก็วิ่งมา ก่อนจะกระโจนลงไปในน้ำ เพื่อหาวิธีช่วยและดึงร่างผู้พิการขึ้นจากน้ำ ใช้เวลา 10 กว่านาที แต่ก็ไม่สามารถดึงร่างผู้พิการขึ้นมาได้ จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็ค่อยๆ จมหายไปต่อหน้าต่อตาอีกคน ก่อนที่ชาวบ้านจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ต่างๆ เข้ามาช่วยงมหาร่างดังกล่าว เหตุการณ์ดังกล่าวตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

นายกำ สำราญสุข อายุ 48 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์อีกราย เปิดเผยว่า พบร่างผู้พิการลอยน้ำอยู่ ซึ่งตนคิดว่าเขาเสียชีวิตแล้ว จากนั้นผู้ใหญ่บ้าน จึงลงไปช่วยดึงร่างผู้พิการขึ้นจากน้ำ โดยลงไปคนเดียวใช้เวลาประมาณ 15 นาที ผู้ใหญ่จึงเริ่มหมดแรงและจมลงไปในน้ำ โดยไม่มีใครกล้าลงน้ำไปเพราะกระแสน้ำแรงมาก ส่วนสุนัขที่ผู้พิการลงไปช่วยเป็นสุนัขของเพื่อนบ้านอายุประมาณ 2-3 ปี แต่มาติดและนอนกิน คลุกคลีอยู่กับผู้พิการ ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ซึ่งผู้พิการมาอาศัยอยู่กับผู้ใหญ่บ้านเนื่องจากมีความสนิทสนมและรู้จักกัน จากที่คนพิการเคยเลี้ยงหลานให้กับผู้ใหญ่บ้านที่สมุทรปราการ จึงมาเล่นและอยู่เปิดร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านได้ประมาณไม่เกินครึ่งปี ส่วนสุนัขเป็นเพศผู้ เดิมชื่อศรีจันทร์ แต่พอมาอยู่กับผู้พิการ ถูกตั้งชื่อให้ใหม่เป็น ชาลี หลังจากผู้พิการเสียชีวิต สุนัขตัวนี้ก็ยังคงนอนเศร้าเฝ้าอยู่ไม่ไกลจากศพอีกด้วย

ด้านนางผุย วิวาสุขุ อายุ 70 ปี แม่ของผู้ใหญ่บ้าน กล่าวทั้งน้ำตาว่า ผู้ใหญ่บ้านมีลูก 2 คน คนโตเป็นลูกสาว อายุ 16 ปี ส่วนคนเล็กเป็นผู้ชายอายุ 3 ขวบ ลูกชายตนเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ประมาณ 6- 7 ปีแล้ว ตอนเกิดเหตุตนอยู่ที่บ้าน ซึ่งไม่ไกลจากฝายน้ำล้น ได้ยินคนมาเรียกบอกว่าลูกชายจมน้ำ จากนั้นลูกชายจึงวิ่งลงไปช่วยคนพิการที่เสียชีวิตแล้ว แต่ลงไปน้ำไหลแรงและตีกลับไปกลับมาไม่สามารถขึ้นจากน้ำได้ ก่อนจะจมหายไปและไปโผล่อีกจุดที่ไกลออกไป เห็นแต่หัว พร้อมตะโกนบอกอีกว่า “ตนเองไม่ไหวแล้ว” ต่อหน้าต่อตาตนเอง โดยที่ทุกคนไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย นางผุยกล่าวทั้งน้ำตา