ผู้ว่าฯห้ามจ้างพิเศษทุกโครงการ หลังเหตุสร้างตุง50ล.กลางเมืองเชียงราย
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ห้องจอมกิตติ ศาลากลาง จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการใน จ.เชียงราย โดยมีผู้เข้าร่วมนับ 100 คน ซึ่งในวาระ หนึ่งนายณรงค์ศักดิ์ได้หยิบกรณีโครงการสร้างตุงเอกลักษณ์เชียงรายเมืองศิลปินเพื่อน้อมรำลึกในรัชกาลที่ 9 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 10 โดยเป็นโลหะบอร์นสูง 15 เมตร ของเทศบาลนครเชียงรายด้วยงบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 2 โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมโดยภาพ และข้อมูลต่างๆ ประกอบครบครันระบุว่ามีการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งโจมตีทางจังหวัดหลังจากที่ทางไม่อนุมัติให้ดำเนินโครงการมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท ขณะที่ทางจังหวัดเห็นว่าโครงการมีการทำผิดขั้นตอนจึงแจ้งให้ทบทวนใหม่
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า จังหวัดได้งบประมาณมาเพื่อก่อสร้างทางอำเภอ จึงมีการตั้งกรรมการโครงการโดยวิธีพิเศษ หรือจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษที่ไม่ใช่วิธีอื่น เช่น สอบราคา ประมูล ประกวดราคา ตกลงราคา ฯลฯ ปรากฎว่าเนื้อหาโครงการมีข้อสังสัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการปรับลดแบบแปลนตรงฐาน และปีกตุงทั้ง 2 ข้างออกเหลือแต่องค์ตุงขนาดใหญ่ตรงกลางที่ใช้มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท ตนจึงไม่สามารถอนุมัติให้ได้เพราะโครงการจะแบ่งก่อสร้างตัวฐานและอื่นๆ ไม่ได้ เนื่องจากมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุปี 2535 ข้อ 22 วรรค 2 ระบุว่า “การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใดหรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไปจะกระทำมิได้”
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ระเบียบดังกล่าวระบุด้วยว่าการกระทำผิดคือจงใจประมาทเลินเล่อ เจตนาทุจริต ทำโดยปราศจากอำนาจ และทำนอกอำนาจหน้าที่ เอื้ออำนวยให้มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา และเสนองาน นอกจากนี้โครงการยังเคยแจ้งว่าจะดำเนินเฉพาะตัวตุงด้วยกิจกรรม 9 กิจกรรมวงเงิน 46.7 ล้านบาท แต่ต่อมาปรับลดเหลือเพียง 7 กิจกรรม โดยลดเรื่องขัดสี ขัดเงา ขนย้าย แต่เมื่อนำเสนออีกครั้งกลับยังมีงบประมาณ 46.7 ล้านบาทเท่าเดิม ด้วยเหตุนี้จังหวัดจึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเพราะมีกรณีเจ้าหน้าที่อนุมัติโครงการโดยมิชอบถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดจนถูกตัดสินว่าประพฤติผิดร้ายแรงและจำคุกกันมาแล้วหลายราย
“แล้วอย่างนี้จะให้ผมอนุมัติได้อย่างไรถ้าวันนั้นผมเข้ามาทำงานใหม่ๆ แล้วเกิดเซ็นต์อนุมัติไปคงถูกดำเนินการไปแล้ว แต่เพราะผมต้องการรักษากฎกติกาที่ถูกต้องเอาไว้และไม่อยากให้พี่น้องข้าราชการต้องมาเสี่ยงกับเรื่องนี้ด้วย” ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย กล่าว และว่าผลการตรวจสอบจะส่งให้กระทรวงมหาดไทย ป.ป.ช.และ สตง.เพื่อพิจารณาส่วนสื่อที่นำเสนอก็จะปรึกษากับทางอัยการจังหวัดว่าจะดำเนินการได้อย่างไรต่อไปด้วย
ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ยังประกาศต่อหน้าการประชุมหัวหน้าส่วนราชการทั้งจังหวัดด้วยว่าขอประกาศให้ทุกหน่วยงานองค์กรได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายใหม่และกรณีของ จ.เชียงราย ให้งดใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษทุกกรณีโดยให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ด้วยวิธีปกติไปก่อนจนกว่าจะหมดเรี่ยวแรงหรือไม่ไหวจริงๆ จึงค่อยมาหารือเรื่องวิธีจัดซื้อจ้างแบบพิเศษ แต่อาจยกเว้นบางกรณี เช่น กรณีสาธารณสุขกรณีเกิดโรคระบาดร้ายแรง กรณีป้องกันภัยกรณีเกิดภัยร้ายแรง ฯลฯ โดยตนขอให้ข้าราชการทำงานให้เต็มที่แต่ต้องรัดกุมเพราะไม่อยากให้ต้องเสี่ยงต่อความผิดและต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งเมื่อยังรับราชการอยู่และโดยเฉพาะเมื่อเกษียณอายุราชการไปแล้วด้วย แม้แต่ตนก็จะทำตามนี้เพราะแม้ทำงานบกพร่องอย่างมากก็ถูกด่าว่าแต่ก็ไม่ต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำผิดกฎหมาย.

