ศุลกากรยึดไม้ซุงกว่า50 ท่อนซุกที่ดินหลังเขาส่อส่งออกชายแดน
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายเขมชาติ ฉัตรแก้ว หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ด่านศุลกากรเชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมด้วยนายจรัญ ขุนพลแก้ว นักวิชาการชำนาญการด่านศุลกากรเชียงแสน ร.ต.อ.พิชิต ปินตาพุฒ รอง สว.สส.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย และนายจรัล ไชยจินดา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เข้าตรวจสอบไม้ซุงขนาดใหญ่ซึ่งถูกนำมากองไว้บริเวณบ่อดินหลังเขา ภายในหมู่บ้านหนองบัวสด ม.5 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน โดยพบว่าเป็นไม้ประดู่เก่า ที่ทำเป็นไม้เสา ขนาดเส้นรอบวง 1-3 เมตร ยาว 4-5 เมตร จำนวน 35 ท่อน และไม้ประดู่แกะสลักเป็นรูปต่างๆ ขนาดเส้นรอบวง 3-4 เมตร ยาว 4-5 เมตร จำนวน 16 ท่อน รวม 51 ท่อนวางเรียงรายกระจัดกระจายอยู่
สอบถามนายสมบูรณ์ ขันใจ อายุ 63 ปี ชาว ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เจ้าของที่ดินดังกล่าว ระบุว่า ไม้ทั้งหมดได้มีคนมาติดต่อขอนำไม้จำนวนดังกล่าวมาไว้
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนเห็นว่าที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร จึงได้อนุญาตให้นำไม้มาไว้ โดยคนที่มาติดต่ออ้างว่าจะขอพักไม้ไว้ 2-3 วันแล้วจะมาขนออกไป และเป็นไม้ท่อนที่ถูกกฎหมาย แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มาเอาไปแต่อย่างใด
จากการสอบถามไปยังทางนายทนงศักดิ์ ธรรมโม ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงราย ระบุว่าตนเพิ่งได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่าพบไม้ประดู่เป็นท่อน ที่บ้านหนองบัวสด ซึ่งตนจะได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าเป็นไม้จากที่ไหนและเข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและเป็นไม้ถูกต้องหรือไม่
ด้านนายเขมชาติ กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของไม้ จากการตรวจดูไม้ท่อนเหล่านี้แล้ว คาดว่าคงจะเป็นไม้ที่เตรียมลักลอบส่งออกนอกประเทศ ซึ่งไม้ประดู่เป็นไม้ที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้าน หากออกไปถึงปลายทางได้แล้วจะมีราคาสูงมาก ซึ่งทางศุลกากร จะได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มาทำการตรวจสอบไม้ทั้งหมดว่าเป็นของใครและเป็นไม้ถูกต้องหรือไม่ หากไม้ท่อนพวกนี้หลุดออกไปจะมีมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท



