หน้าแรก ภูมิภาค พ่อผอ.อ้อย ฝ่...

พ่อผอ.อ้อย ฝ่าดงระเบิด ไปพิสูจน์ศพปริศนาโผล่ชายแดนลาว ก่อนเก็บศพส่งพิสูจน์

1.09.17 | 23:05 น.

คืบหน้า ผอ.อ้อยพ่อฝ่าดงระเบิดไปผานางอิงพิสูจน์ศพปริศนาชายแดนลาว พบกะโหลกศีรษะและฟันยันไม่น่าใช่ศพของ ผอ.อบต.ชำ แต่ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ ฝากถึงเขียวทมิฬควรแจ้งเบาะแสศพเนื่องจากว่า ทำให้ญาติพี่น้องและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนมาก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 นานร่วม 2 เดือนแล้ว ซึ่งพ่อแม่ญาติพี่น้องได้พากันออกตามหาแต่ไม่วี่แววว่าจะพบตัว น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณผานางอิง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนลาว นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปีพ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ศรีไชย ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ศรีสะเกษ นายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ หน.อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย นายสุเรียน ปูระมูล นายก อบต.ชำ เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน ภ.จว.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ทหารและญาติพี่น้อง ได้ออกเดินทางด้วยเท้าฝ่าดงระเบิดตามป่าชายแดนลาวไปพบกับ พ.ท.บุญลี แก้วมณีวงศ์ รองเจ้าแขวงจำปาสัก ฝ่ายความมั่นคง และคณะนายทหารของลาว จำนวน 11 คน เพื่อขอความร่วมมือให้นำคณะญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อย เข้าไปตรวจสอบที่บริเวณใต้หน้าผานางอิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของลาวพบศพปริศนา โดย พ.ท.บุญลี ได้นำคณะจากไทย เดินเท้าเข้าไปในเขตประเทศลาวกว่า 3 กม. ซึ่งสภาพป่าค่อนข้างรกทึบและสภาพของผานางอิงค่อนข้างสูงชันมาก และเมื่อเข้าไปถึงบริเวณที่พบศพ เจ้าหน้าที่ของลาวได้นำเอาชิ้นส่วนของศพประกอบด้วย กะโหลกศีรษะ ฟัน 2 ซี่ กระดูก 1 ชิ้น และเสื้อผ้าคล้ายกับกางเกง 3 ส่วนสีแดงมีหูรูด วางกองอยู่ ซึ่งนายบุญเลิศ ได้เข้าไปดูชิ้นส่วนของศพอย่างละเอียด ขณะที่เจ้าหน้าที่ของลาวแจ้งว่า ศพดังกล่าวคาดว่าจะถูกหมูป่ากัดกินร่างกายจนหมดแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ ตร.ของไทย ได้รับเอาชิ้นส่วนทั้งหมดกลับเข้ามาในเขตแดนไทย เพื่อที่จะได้นำเอาไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ว่าใช่ศพของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือไม่อย่างไร

ท้าวเตือน ทองด้วง อายุ 31 ปี ชาวลาวที่พบศพเป็นคนแรก กล่าวว่า ตนเข้ามาหาตัดไม้ไปทำฟืน และเมื่อเข้ามาถึงบริเวณผานางอิง ได้กลิ่นเหม็นมาก จึงได้เดินตามหาพบว่า มีศพอยู่กับพื้นดินและเหลือชิ้นส่วนเพียงเล็กน้อย จึงได้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทางการของลาวทราบเพื่อมาทำการตรวจสอบ และศพดังกล่าวไม่น่าจะใช่ศพของคนลาวแต่อย่างใด

Advertisement

นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ป พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า จากการที่ตนได้ตรวจดูชิ้นส่วนของศพอย่างใกล้ชิดแล้วคาดว่า ศพนี้ไม่น่าจะใช่ศพของ ผอ.อ้อย ลูกสาวของตน เนื่องจากว่า โครงกระโหลกศีรษะใหญ่มากและฟันก็ค่อนข้างใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องนำเอาศพนี้ไปตรวจพิสูจน์ต่อไป ซึ่งแม้ว่าศพนี้จะไม่ใช่ศพของ ผอ.อ้อยลูกสาวของตน แต่ว่าตนก็จะยังค้นหาร่างของ ผอ.อ้อยต่อไป ด้วยความรักความห่วงใยลูกสาวของตน ขอฝากไปถึงเขียวทมิฬว่า ควรที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า ขณะนี้ศพของ ผอ.อ้อยอยู่ไหน เพราะว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากว่าต้องช่วยญาติพี่น้องออกตามหา ผอ.อ้อยทุกวัน

นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณ พ.ท.บุญลี แก้วมณีวงศ์ รองเจ้าแขวงจำปาสัก ฝ่ายความมั่นคงของลาว ที่ได้ให้ความร่วมมือในการนำเดินทางเข้าไปพิสูจน์ศพปริศนาในครั้งนี้ แม้ว่าเส้นทางการเดินป่าจะยากลำบากมาก แต่ว่า ตนและญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อยก็หายข้องใจว่า ศพดังกล่าวมีจริง อีกทั้งศพก็ยังมีกลิ่นเหม็นเหลืออยู่ และขั้นตอนต่อไปเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องทำการตรวจพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ โดยตนได้ให้เงินเป็นสินน้ำใจแก่เจ้าหน้าที่ของลาวจำนวนหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในครั้งนี้ด้วย