เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่จ.กาฬสินธุ์ ยังมีฝนตกหนักทั่วทั้ง 18 อำเภอ แม้ว่าพายุมาวาร์ จะไม่กระทบต่อประเทศไทยโดยตรงแต่ยังส่งผลให้มีฝนตกหนักกระจาย มากถึงร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ทั้งนี้ยังส่งผลให้ถนนลื่นมีความเสี่ยงอันตราย นอกจากนี้ยังมีสภาพท้องฟ้าสลัวมืดครึ้มบดบังทัศนวิสัยในการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในหลายพื้นที่
โดยอุบัติเหตุรายแรก หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมเต็กก่าโจวสิ่งเกาะ เขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถแวน บริเวณ 4 แยกบ้านโป่งแค ต.บัวบาน อ.ยางตลาด เส้นทางออกไปเขื่อนลำปาว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยที่เกิดเหตุพบรถแวนอแวนซ่าสีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 403 กาฬสินธุ์ ด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันประมาณ 5 เมตร เป็นรถคู่กรณีกระบะ 4 ประตูสีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 6580 กาฬสินธุ์ พลิกหงายท้องอยู่บริเวณริมคลองชลประทาน โชคที่ไม่ตกลงไปในคลองชลประทานที่มีน้ำเต็มคลองและเชี่ยวกราก ซึ่งอุบัติเหตุนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยผู้ประสบเหตุสามารถตกลงค่าเสียหายกันได้และขอปกปิดชื่อ
ขณะที่อีกรายเวลาใกล้เคียงกันเป็นอุบัติเหตุบนถนนหมายเลข 227 ถนนกาฬสินธุ์ – สหัสขันธ์ หน้าอู่ซ่อม ส.บุญเฮง รถจักรยานยนต์ สีฟ้า – ดำ ยี่ห้อคาวาซากิ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่มีนายธนายุทธ แก้วประสิทธิ์ อายุ 17 ปี เป็นผู้ขับขี่และชนเข้ากับท้ายรถยกลาก 6 ล้อสีส้ม หมายเลขทะเบียน 82-7422 กาฬสินธุ์ ที่มีนายสุรศักดิ์ บุญพิทักษ์ อายุ 30 ปี เป็นคนขับ
โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถจักรยานยนต์ได้ขับขี่มาจาก อ.สหัสขันธ์ โดยมุ่งหน้าเข้ามายังตัว อ.เมืองกาฬสินธุ์ และเมื่อถึงจุดเกิดเหตุบ้านห้วยสีทน บริเวณหน้าอู่ ส.บุญเฮง ซึ่งจังหวะนั้นรถยกลากกำลังเลี้ยวเข้าอู่ รถจักรยานยนต์ที่ขับมาในช่วงฝนตกปรอย ๆ ไม่ทันระวัง จึงได้พุ่งชนเข้ากับท้ายรถยกลาก 6 ล้อเต็มแรง จนทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เป็นการด่วน
ขณะที่สถานการณ์ฝนยังตกหนักยังส่งผลต่อปริมาณน้ำเขื่อนลำปาวยังเพิ่มระดับเนื่องจากมีน้ำไหลหลากเข้ามายังเขื่อนโดยสาล่าสุดยังมีน้ำไหลเข้า 27 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ปัจจุบันเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำที่ 1,657 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 84 จากความจุอ่างที่ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ที่เหลืออีกประมาณ 323 ล้าน ลบ.ม. ก็จะเต็มความจุอ่าง โดยทางโครงการและบำรุงรักษาลำปาว ได้ระบายน้ำในเกณฑ์เดิมคือ 25 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ส่วนพื้นที่ 5 อำเภอที่ประกอบด้วยอ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ยางตลาด อ.ร่องคำ และ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ทั้งบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร ยังถูกน้ำท่วมและเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่มีความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาทแล้ว

