เมื่อวันที่ 4 กันยายน เวลา 12.30 น. พ.ต.ต.จำรัส โพธิ์อินทร์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากพระครูปริยัติอมรธรรม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ว่ามีพระสงฆ์มาผูกคอ มรณภาพอยู่ที่ต้นไม้หลังวัด จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน ในที่เกิดเหตุเป็นบริเวณด้านหลังกุฏิสงฆ์ โดยพบว่ามีพระสงฆ์รูปหนึ่งใช้เชือกไนล่อนผูกคอตนเองห้อยกับกิ่งต้นมะรุมเสียชีวิตไม่นาน อยู่ในลักษณะเข่าลอย ข้างๆ มีย่ามพระสงฆ์วางทิ้งไว้ ภายในย่ามพบของใช้ส่วนตัวหลายอย่าง รวมทั้งใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นตรี และมีซองยาแก้โรคซึมเศร้าที่เพิ่งรับมาจากโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา เมื่อเวลา 09.00 น. ทราบชื่อต่อมา คือ พระกฤษฎี ฉายา เขมานันโท อายุ 45 ปี บ้านเกิดอยู่บ้านเลขที่ 521 ม.6 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ปัจจุบันอุปสมบทมาแล้ว 6 พรรษา โดยจำพรรษาอยู่ที่วัดขาม อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา
จากการสอบถามพระมหาสหัส ถามิโก พระลูกวัดโพธิ์ กล่าวว่า ภายหลังจากที่พระสงฆ์และสามเณรภายในวัดโพธิ์ฉันภัตตาหารเพลเสร็จแล้ว ตนก็เข้ามาในกุฏิซึ่งมีหน้าต่างอยู่ติดกับต้นมะรุมหลังวัด จึงได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนบอกว่ามีพระผูกคอตาย ตนจึงได้รีบลงจากกุฏิมาดูพบว่ามีพระสงฆ์รูปหนึ่ง รูปร่างผอมบาง ไม่ใช่พระในวัดโพธิ์ จึงได้ไปแจ้งให้พระครูปริยัติอมรธรรม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทราบ และได้ทำการเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดทุกมุม พบว่าเมื่อเวลา 12.26 น. พระกฤษฎีได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างมาที่บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส หลังจากนั้นได้เดินไปหลังกุฏิสงฆ์ ก่อนที่เวลาต่อมาชาวบ้านจะพบศพและแจ้งให้ทราบ ซึ่งพระกฤษฎีรูปนี้ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน และไม่ได้มาพักจำพรรษาที่วัดโพธิ์แห่งนี้ จึงคาดว่าน่าจะตั้งใจมาผูกคอตายโดยเฉพาะ
ด้าน พ.ต.ต.จำรัส โพธิ์อินทร์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการค้นภายในย่ามพระสงฆ์ที่ผูกคอตายพบว่าเพิ่งไปรับยาแก้โรคซึมเศร้าจากโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (4 ก.ย. 60) ดังนั้นจึงคาดว่าพระสงฆ์รูปนี้จะมีอาการเครียดจากโรคซึมเศร้าและมีอาการทางจิต จึงได้ตัดสินใจหนีปัญหาชีวิตด้วยการผูกคอตาย โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามหาญาติพี่น้องเพื่อให้มารับศพของพระกฤษฎีไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

