วันที่ 10 มีนาคม นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จ.ลำปาง พะเยา แพร่ และสุโขทัย ยังพบว่า มี 2 จังหวัด ที่ยังคงเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ ได้แก่ จ.ลำปาง จ.แพร่ และ จ.พะเยา จึงทำให้เกิดสถานการณ์หมอกควันไฟปกคลุมในพื้นที่ และค่าเฉลี่ยเกินค่ามาตรฐาน และเป็นสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของประชาชน โดยเฉพาะ จ.ลำปาง ที่ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานสะสมหลายวัน
“ในปีนี้จากการเฝ้าระวังพบว่า จ.ลำปาง มียอดวันสะสมที่เกินค่ามาตรฐานมาแล้วกว่า 13 วัน ถึงแม้จะน้อยกว่าปีก่อน หากเทียบในช่วงเดียวกัน แต่ในปีนี้จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และร้อนมากได้เริ่มขึ้นแล้ว จากการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน จะเป็นสิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดการเผาไหม้ในป่า และตามที่โล่งแจ้ง ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนทำให้สถานการณ์ในช่วงเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน 2559 นี้ น่าห่วง ดังนั้น ทางกรมควบคุมมลพิษจึงได้กำชับให้ จ.ลำปาง แพร่ และพะเยา ให้ใช้มาตรการควบคุม และป้องกันการเผาในระดับที่เข้มข้น เพื่อไม่ให้สถานการณ์เกิดขึ้นมาก และหากพบการเกิดไฟไหม้ป่า ให้เข้าเร่งดับ เพราะจะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศที่จะเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กจากหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่” นายอาวีระ กล่าว
ด้านนางธวัลรัตน์ ชัยอินปัน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้รายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ของ จ.ลำปาง ไม่น่าห่วง ซึ่งปริมาณน้ำที่มีอยู่ตามเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ จะสามารถบรรเทาผ่านช่วงแล้งนี้ไปได้ แต่สถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันไฟที่เกิดขึ้นในปีนี้ถือว่าน่าห่วง ทำให้ทุกหน่วยงานได้บูรณาการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยในวันนี้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง จำนวน 4 สถานี รายงานค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกินค่ามาตรฐาน 1 สถานี ตั้งอยู่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้ 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอีก 3 สถานียังไม่เกินค่ามาตรฐาน

ขณะที่ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง รายงานสภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง ว่า ในช่วงกลางวันจะเกิดสภาพอากาศที่เรียกว่าฟ้าหลัว โดยเกิดขึ้นจากหมอกควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง โดยเมื่อแสงแดดส่องกระทบลงมา จึงทำให้เห็นหมอกควันไฟชัดเจน ซึ่งพื้นที่ จ.ลำปาง โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองลำปาง ขณะนี้ประชาชนมองเห็นหมอกควันไฟได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนในระยะมองเห็นแค่ 1-2 กิโลเมตร โดยเป็นหมอกขาวหม่นจากควันไฟคลุมให้เห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากค่าเฉลี่ยหมอกควันไฟเพิ่มสูงขึ้นความชัด และความหนาของหมอกควันไฟก็จะคลุมให้เห็นชัดขึ้นอีก และจะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดต่ำลง

