หน้าแรก ภูมิภาค ‘ดีเอสไ...

‘ดีเอสไอ’เปิดศูนย์สอบปากคำผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนซื้อ ‘แพคเกจคอร์สสัมมนา’

5.09.17 | 13:52 น.

ดีเอสไอเปิดศูนย์สอบปากคำผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนซื้อแพคเกจคอร์สสัมมนาทั่วประเทศเสียหายกว่า 3.5 พันล้านบาท เฉพาะภาคเหนือมีผู้เสียหายมากสุดในประเทศ รวมยอดสูงถึง 2 พันล้านบาท

วันที่ 5 กันยายน 2560 ที่บริเวณชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลาง จ.เชียงใหม่ กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกหลวงให้ลงทุนซื้อแพคเกจคอร์สสัมมนากับบริษัท เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งมาเปิดศูนย์สอบสวนผู้เสียหายคดีจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่ บริษัท เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 5-7 กันยายนนี้ โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้นำหลักฐานเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ เพื่อรวบรวมหลักฐานในคดีความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 หรือคดีแชร์ลูกโซ่ เบื้องต้นดีเอสไอคาดว่าจะมีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองผู้อำนวยการคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ กล่าวว่า มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อคอร์สสัมมนากับบริษัทดังกล่าวทั่วประเทศมากถึง 5 พันราย รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท เฉพาะภาคเหนือทั้งตอนบน-ตอนล่าง มีจำนวนผู้เสียหายมากที่สุด โดยมีมูลค่าความเสียหายร่วมกันสูงกว่า 2,000 ล้านบาท

“สำหรับรูปแบบของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ของบริษัท เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด ดำเนินธุรกิจโดยเปิดบริษัทสอนเทรดการลงทุน พร้อมชักชวนผู้เสียหายเข้ามาเพื่อสอนเรื่องการลงทุน จากนั้นได้ชักชวนให้ลงทุนซื้อแพคเกจคอร์สสัมมนา ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท โดยจะได้รับผลตอบแทน ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ 1 เดือน จนถึง 1 ปี แต่เงินที่ระดมทุนไปไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อลงทุนในธุรกิจจริง แต่กลับถูกนำไปหมุนเวียนเพื่อจ่ายผลตอบแทน จึงไม่สามารถต่อยอดเงินเพื่อจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้”

นายปิยะศิริกล่าวอีกว่า รูปแบบของแชร์ลูกโซ่เริ่มขยายเครือข่ายไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งดีเอสไอยืนยันว่านอกจากจะนำตัวคนผิดมารับโทษ ยังจะใช้มาตรการเชิงรุกดำเนินการยึดทรัพย์ โดยที่ผ่านมามีคดีที่ใช้มาตรการยึดทรัพย์ในปีที่ผ่านมากกว่า 50 ล้านบาท และขอฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้ที่มาชักชวนให้ไปลงทุนในธุรกิจ และควรศึกษารูปแบบการลงทุนให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มธุรกิจแชร์ลูกโซ่

Advertisement