หน้าแรก ภูมิภาค ทส.รอผลดีเอ็น...

ทส.รอผลดีเอ็นเอ จระเข้หาดบางเทาภูเก็ต ยอดลงชื่อขอปล่อยสู่ธรรมชาติทะลุ 5พันคน

5.09.17 | 16:30 น.

เมื่อวันที่ 5 กันยายน พล.อ.สุรศักดิ์ กาจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยกรณีมีกระแสเรียกร้องให้นำจระเข้น้ำเค็มที่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้หลังจากมีการแพร่ภาพพบบริเวณหาดบางเทา จ.ภูเก็ต คืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้กรมประมงนำมาดูแลที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต   ว่า เรื่องนี้ได้มอบหมายให้นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ที่ดูแลเรื่องสัตว์ป่า ประสานกับกรมประมง ในเรื่องการตรวจพิสูจน์รหัสพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ของจระเข้ตัวดังกล่าวว่าเป็นจระเข้เลี้ยงหรือจระเข้ในธรรมชาติ จากนั้นค่อยมาคิดกันว่วาจะทำอย่างไรต่อ โดยให้นายปิ่นสักก์ลงพื้นที่ไปติดตามข้อมูลเบื้องต้น เพื่อมาประกอบการติดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรจึงจะมีความเหมาะสมที่สุด โดยส่วนตัวหากถามว่าจะต้องทำอย่างไรกับจระเข้ตัวนี้นั้น ก็อยากให้ศึกษาข้อมูลมากที่สุด ทั้งนี้ในเรื่องจระเข้ในพื้นที่อุทยานฯ เขาใหญ่ ก็เป็นปัญหา เพราะไม่ใช่จระเข้ในธรรมชาติ และเกิดเหตุการณ์ที่จระเข้ไปกัดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้าไปใกล้ ทราบว่ากรมอุทยานฯ ได้ติดต่อกับฟาร์มจระเข้เพื่อศึกษาแนวทางการเข้าไปจับออกมาไว้ในที่ที่เหมาะสมต่อไป

 

รศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าข้อมูลที่ตนนำเสนอทั้งหมดที่ผ่านมาเกี่ยวกับจระเข้าน้ำเค็มนั้น เป็นข้อมูลทางวิชาการทั้งสิ้น ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัวหรือความรู้สึกใดๆ เลย เพราะจากงานวิจัยการค้นพบตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ไม่เคยมีรายงานการพบจระเข้น้ำเค็มธรรมชาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ตเลย เห็นด้วยกับวิธีการที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรนำเสนอ คือจะต้องมีการศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ทั้งนี้ได้คุยกับนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่ลงพื้นที่ไปดูจระเข้ด้วยตัวเองที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 ก.ย.นายศศินบอกว่าเป็นจระเข้ที่ค่อนข้างเชื่อง ส่วนที่ไม่กินอาหาร ก็เป็นเรื่องปกติ การที่สัตว์ชนิดหนึ่งชนิดใดถูกเคลื่อนย้าย อาจจะแปลกที่ ที่สำคัญจระเข้ไม่ใช่สัตว์ที่กินอาหารทุกวันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการถกเถียงประเด็นการปล่อยจระเข้ตัวดังกล่าวคืนสู่ธรรมชาติอย่างดุเดือด โดยมีการรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ www.change.org เพื่อให้กรมประมงปล่อยจระเข้น้ำเค็มตัวดังกล่าวคืนสู่ธรรมชาติ โดยมีผู้สนใจร่วมลงชื่อแล้วกว่า 5,000 คน