จากกรณีที่นายดนัย โกฎิปภา ชาวจังหวัดจันทบุรี ร้องเรียนสื่อมวลชนว่าได้รับใบสั่งทางไปรษณีย์จากตำรวจทางหลวงขอนแก่น ให้จ่ายค่าปรับข้อหาขับรถเร็วเกินความเร็วกำหนด 80 กม./ชั่วโมง เป็นรถยนต์ทะเบียน ขธ 5483 กรุงเทพมหานคร ทั้งที่ตนไม่เคยขับรถยนต์คันดังกล่าวเข้าพื้นที่ขอนแก่นแต่อย่างใด จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการด่วนเพราะตนได้รับความเสียหาย
ต่อมา พ.ต.ท.กฤษดา บุญศิริ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงขอนแก่น ได้ออกมาให้ข้อมูลผลจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์นั่งโตโยต้า วีออส ขธ 5483 กรุงเทพมหานคร มีนายดนัย โกฎิปภา เป็นผู้ครอบครองจริง มีการตกแต่งด้วยชุดแต่งรอบคัน ส่วนรถยนต์นั่งยี่ห้อ สี และทะเบียนเดียวกันที่กล้องจับความเร็วของตำรวจทางหลวงขอนแก่นบันทึกได้ไม่มีชุดแต่งรอบคัน จึงเชื่อว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาและสวมทะเบียน
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ก.ย. พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตร.ภูธร ภาค 4 (ศปจร.ภ.4) เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภาค 4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภาค 4 หัวหน้าชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ (ศปจร.ภ.4) ให้ประสานกับตำรวจทางหลวงขอนแก่น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหารถสวมทะเบียนปลอมดังกล่าว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ ศปจร.ภ.4 สามารถติดตามยึดรถยนต์คันดังกล่าวได้แล้ว
โดยสามารถยึดได้จากนางธารพิมล นานะมัย พยาบาลวิชาชีพประจำศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์คันเดียวกับกล้องจับความเร็วตำรวจทางหลวงบันทึกภาพได้ อย่างไรก็ตาม นางธารพิมลยืนยันว่าได้ซื้อรถคันนี้มาอย่างถูกต้องเมื่อราวต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในราคา 1.5 แสนกว่าบาท โดยมีคนรู้จักแนะนำให้ซื้อ ซึ่งหลังจากจ่ายเงินไปแล้ว ทางผู้ขายแจ้งว่าจะส่งมอบเอกสารคู่มือรถยนต์ให้ภายหลัง แต่ก็ยังไม่ได้รับเอกสารแต่อย่างใด ซึ่งก็ได้ขับรถคันดังกล่าวไปทำงานตามปกติ จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว
พ.ต.อ.ออมสินกล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ารถยนต์โตโยต้าวีออส ที่นางธารพิมลซื้อมาเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากจังหวัดเพชรบุรี ทะเบียนรถ กจ 2861 เพชรบุรี สีน้ำตาล ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์คือ บริษัทเกียรตินาคิน แล้วนำทะเบียนปลอมมาติดตั้งประกาศขายในตลาดรถยนต์มือสองให้กับคนที่อยากได้รถดีแต่ราคาถูก และบังเอิญทะเบียนปลอม ขธ 5483 ที่นำมาติดไปตรงกับทะเบียนรถยนต์ที่มีนายดนัย ซึ่งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีเป็นเจ้าของ
พ.ต.อ.ออมสินกล่าวอีกว่า สำหรับนางธารพิมลนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะกันตัวไว้เป็นพยานเพื่อสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมรถยนต์ครั้งนี้ต่อไป เชื่อว่าทำกันเป็นกระบวนการ เบาะแสที่ทราบเบื้องต้นแก๊งโจรกรรมรถยนต์กลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน
“อยากจะเตือนพี่น้องประชาชนว่าก่อนซื้อรถยนต์มือสองต้องตรวจสอบให้รอบคอบ ไม่ใช่ด่วนซื้อเพียงรถสภาพดี สวยและราคาถูกเท่านั้น ต้องตรวจสอบทะเบียน ข้อมูลการใช้รถยนต์กับทางกรมขนส่งทางบกก่อนตัดสินใจ ไม่เช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งโจรกรรมเหมือนกับที่หลายคนเจออยู่ในขณะนี้”
นางธารพิมลกล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ ที่ซื้อรถยนต์คันนี้มาเพราะได้รับคำแนะนำจากเพื่อนอีกทอดหนึ่ง เห็นว่าสภาพรถค่อนข้างใหม่ ราคาไม่สูงนักจึงได้ตัดสินใจซื้อ วันที่ถูกกล้องจับความเร็วของตำรวจทางหลวงขอนแก่นบันทึกภาพได้นั้น ตนกำลังขับรถกลับจากไปทำบุญ มาทราบอีกทีว่าซื้อรถสวมทะเบียนก็ตอนที่ตำรวจไปยึดรถและเชิญตัวมาสอบสวน รู้สึกเสียใจมาก อยากฝากเตือนผู้ที่อยากจะซื้อรถยนต์ราคาถูก ให้ตรวจสอบหลักฐานเอกสารจากกรมการขนส่งทางบกว่ารถมีเอกสารทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เลขตัวรถถูกต้องหรือเปล่า มิเช่นนั้นอาจจะถูกหลอกเหมือนตนได้

