‘พะเยา’เจอภัยแล้งหนักกว่าทุกปี น้ำในเขื่อนเหลือน้อย-แทบไม่เหลือ ‘ลำน้ำอิง’แห้งสันดอนโผล่

10.03.16 | 15:31 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานผลกระทบจากภัยแล้ง ในลำน้ำอิงบริเวณที่ไหลผ่านพื้นที่เขตติดต่อระหว่าง ต.ลอและ ต.หงส์หิน อ.จุน จ.พะเยา ระยะแรกฤดูร้อนปี 2559 นี้ น้ำอิงแห้งมากกว่าทุกปี สันดอนที่เป็นดินทรายกลางแม่น้ำและริมแม่น้ำอิงโผล่ให้เห็นตลอดแนว ขณะที่ชาวบ้านยังคงทำนาปรังในพื้นที่ใกล้แม่น้ำอิงและใช้รถไถนาเดินตามติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ทำการสูบน้ำจากใต้ดินเข้ามาใส่แปลงนาในหลายพื้นที่

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)พะเยา กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้หนักกว่าทุกปี เพราะแล้งเร็วและรุนแรง น้ำในแหล่งเก็บกักทั้งธรรมชาติและเขื่อน อ่าง ต่างๆ มีน้ำเหลือน้อยหรือแทบไม่มีเลย ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล โดยเฉพาะป่าต้นน้ำที่หายไป เนื่องจากป่าต้นน้ำเปรียบเป็นฟองน้ำที่ทำหน้าที่ดูดซับน้ำในฤดูน้ำหลาก และคายน้ำในฤดูแล้ง เมื่อฟองน้ำเสื่อมประสิทธิภาพ หมดอายุ เปรียบดังป่าเสื่อมโทรม ฟองน้ำที่ลดน้อยลงเหมือนป่าต้นน้ำที่เหลือน้อยลง จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำในลำห้วยต่างๆ ที่น้อยตามลงไปด้วย ดังนั้นหากจะแก้ปัญหาภัยแล้งที่เป็นระบบและตรงจุดที่แท้จริง คือการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำให้กลับมาเป็นดังเดิมและมีมากขึ้น จึงจะสามารถรับมือกับภัยแล้งได้อย่างไม่เดือดร้อน

ด้านนางชิน ใจเย็น แกนนำกลุ่มฮักบ้านเกิดพะเยา อ.ปง และอดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ในพื้นที่ ต.ขุนควร กลุ่มชาวบ้านโดยการประสานงานของกลุ่มฮักบ้านเกิดพะเยา อ.ปง กับพระสงฆ์ ภาคส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ร่วมกันจัดหากระสอบฟางเก่ามาทำเป็นกระสอบดินหรือทราย สร้างเป็นฝายกั้นน้ำหรือฝายชะลอน้ำตามแม่น้ำในพื้นที่ เช่น แม่น้ำควร แม่น้ำขาม แม่น้ำปุก โดยใช้ดินหรือทรายริมแม่น้ำเป็นวัสดุในการกั้น กระสอบฟางได้มาจากการบริจาค ส่วนแรงงานทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในพื้นที่ช่วยกันทำอย่างแข็งขัน ทำให้แม่น้ำสายต่างๆ มีน้ำเก็บกักมากขึ้น เด็กๆ ได้เล่นน้ำ ชาวบ้านได้ใช้น้ำตลอดแล้งนี้ และช่วยกันประหยัดน้ำเพื่อใช้ระยะยาวด้วย