นอภ.พรหมพิรามวอนสังคมหยุดพูดโยนบาปคดีข่มขืนโหดให้คนพรหมพิราม

จากเหตุการณ์หญิงสาวที่ จ.พิษณุโลก ถูกชายหนุ่ม 30 คน ในพื้นที่ อ.พรหมพิราม ข่มขืนและฆ่า เมื่อปี 2520 กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญ ที่ทุกวันนี้อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน ขณะที่คนในพื้นที่ อ.พรหมพิราม กลายเป็นเหยื่อตราบาปจากการกระทำผิดของคนไม่มีกี่คนที่กลายเป็นผู้มีพฤติกรรมรุนแรงทางเพศ ที่ทุกครั้งมีเหตุการณ์ข่มขืนทารุณกรรมรุนแรงจากคนหลายๆคนกระทำ เหตุการณ์ที่ อ.พรหมพิราม จะถูกหยิบยกมาขยี้รวม จนคนพรหมพิรามถูกมองว่าเป็นพวกคืนบาปพรหมพิราม จึงวอนขออย่าตอกย้ำคนพรหมพิราม เพราะส่วนมากคนในพื้นที่ก็ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสังคม คนพรหมพิรามส่วนใหญ่ รักสงบ เป็นเมืองที่มีความสุข

นายสุริยา หาญไพบูลย์ นายอำเภอพรหมพิราม กล่าวถึงคดีคืนบาปพรหมพิราม ว่า วันนี้ชาวอำเภอพรหมพิรามลืมเลือนเรื่องนี้ไปแล้ว คนอำเภอพรหมพิราม เป็นเมืองรักความสงบ คนส่วนใหญ่ในสังคมมีความสุข เป็นเมืองเกษตรกรรม ที่ปลูกข้าวมากที่สุดของจังหวัดพิษณุโลก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น คนอำเภอพรหมพิราม ไม่ใช่เป็นผู้กระทำการทั้งหมด เป็นการกระทำของบุคคลเพียงไม่กี่คน ที่ทำการข่มขืนและฆาตกรรมโดยนำร่างให้รถไฟทับ แต่ เหตุการณ์นั้นก็ผ่านไปนานกว่า40 ปี ผู้กระทำผิดถูกลงโทษไปหมดแล้ว วันนี้ชาวอำเภอพรหมพิรามเปลี่ยนแปลง บ้านเมืองเราก็เปลี่ยนแปลงไปแต่อำเภอพรหมพิรามยังเป็นเมืองที่สงบ ยังมีวิถีชุมชนชนบท มีสถาบันครอบครัวที่อบอุ่น ความรุนแรงโหดร้ายแทบไม่มีเกิดขึ้น ผมในฐานะนายอำเภอพรหมพิรามขอยืนยัน และ อยากฝากบอกกับสังคมว่า ขอให้หยุดประณาม หยุดพูดถึงคนพรหมพิรามในแง่ลบ ไม่ใช้เวลามีเหตุการเกี่ยวกับเรื่องคดีข่มขืนก็ดึงคนพรหมพิรามไปโยงพูดถึงด้วย เหมือนเป็นตราบาปที่คนทั้งอำเภอต้องมารับบาปรับโทษ จากการกระทำของบุคคลในอดีตตลอดเวลา

นายบุญเลิศ ทักหลำ ผู้ช่วยนายสถานีรถไฟพรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นคนอำเภอพรหมพิราม โดยกำเนิด บอกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2520 ช่วงนั้นผมยังเป็นเด็ก พอได้มาทำงานอยู่ที่สถานีรถไฟพรหมพิราม ก็มีเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ที่ หญิงสาวคนหนึ่ง ที่มีเหตุให้ลงที่สถานีรถไฟพรหมพิราม ซึ่งในคืนนั้นมีงานสังสรรค์ที่บ้านหลังหนึ่งใกล้สถานีรถไฟ ต้องบอกว่าสถานีรถไฟพรหมพิรามก็เหมือนสถานีรถไฟที่อื่นๆที่จะเป็นที่พักหลับนอนกลุ่มคนเร่ร่อนจรจัด ความมืด ความเป็นพื้นที่เปลี่ยว ด้วยป่าข้าวโพด ไร่นา แทบไม่มีบ้านคน ทำให้กลางคืนว้าเหว่น่ากลัว เมืองไม่เจริญเติบโต ไม่มีไฟฟ้า ต้องจุดตะเกียงกัน กลางคืนจึงเงียบสงบไม่มีคนออกนอกบ้าน แต่ปัจจุบัน อ.พรหมพิราม มีการค้าขาย มีศูนย์ราชการ ทั้งที่ว่าการอำเภอ โรงพัก อยู่ใกล้สถานีรถไฟแบบปัจจุบัน ซึ่งในคืนเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านที่ดื่มสุราจนเมา ได้ลงมือก่อเหตุข่มขืนหญิงสาวที่เดินอยู่ริมทางรถไฟ แล้วมีการพูดต่อๆว่าได้กระทำกับหญิง ทำให้ชายหนุ่มที่มึนเมาสุรา เกิดความคึกคะนองไปร่วมก่อเหตุลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย ก่อนนำร่างไปให้รถไฟทับจนเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับผู้ต้องสงสัยร่วมกระทำผิดได้กว่า 30 คน จนทุกวันนี้ ผู้สูงอายุในยุคนั้นเสียชีวิต ที่อยู่ก็มีอายุ 70-80 ปี ความจำเลอะเลือน ทำให้เรื่องราว คืนบาปพรหมพิราม ค่อยๆเงียบหายไป จนมีการสร้างภาพยนตร์และสื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับนำมาเผยแพร่ถึงไปรู้เรื่องราวอีกครั้ง

การนำเหตุการณ์อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ไปโยงกับกรณี เด็กหญิง เอ นามสมมุติ อายุ 15 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเกาะแรด หมู่ที่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ถูกคนในหมู่บ้านกว่า 40 คนรุมข่มขืน ตั้งแต่ต้นเดือน พฤษภาคม 2559 จนถึงปลายตุลาคมปีเดียวกันนั้น เหตุการทั้งาองเหตุการณ์ไม่เหมือนกัน เหตุเกิดที่อำเภอพรหมพิราม เกิดขึ้นในคืนเดียว ไม่มีการวางแผน กระทำโดยความเมาหรือความคึกคะนอง แต่เหตุการณ์ที่ข่มขืนเด็กที่พังงา ผู้กระทำมีการวางแผนการก่อเหตุ หรืออาจจะมีเรื่องการค้าประเวณีร่วมด้วย เรื่องราวไม่เหมือนกันแม้จะมีคนกระทำผิดมากเหมือนกัน แต่อย่านำมารวมเป็นเรื่องเดียวกันอีกเลย

นายสมยศ หล่อพัฒนากุล อายุ 50 ปี ประชาชนอำเภอพรหมพิราม กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ อ.พรหมพิราม เมื่อ 30 ปี ก่อน มันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ เป็นการกระทำของคนเพียงไม่กี่คนที่ไปก็คดีไว้ อยากวอนขอสื่อมวลชน ช่วยในการลงข่าวขออย่าตอกย้ำคนพรหมพิราม เพราะส่วนมากคนเขาก็ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสังคม อย่างที่บอกว่าเหตุการที่เกิดมีคนกระทำไม่กี่คน แต่มีการซักทอดกันเพื่อเอาตัวรอด ทำให้มีผู้กระทำผิดตามที่สื่อลงไว้มากถึง 30 คน แต่ความเป็นจริงมีผู้กระทำผิดที่ถูกลงโทษ 7-8 คนเท่านั้น ที่เหลือหลักฐานไม่เพียงพอก็ถูกปล่อยตัวไป เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนให้คนอำเภอพรหมพิราม ไม่กล้าที่จะกระทำผิดเช่นในอดีต ทำให้ทุกวันนี้ อ.พรหมพิราม แทบไม่มีอาชญากรรมที่รุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่เลย

ทุกวันนี้ ชาวบ้านแทบไม่มีใครอยากพูดถึง บางคนฉุนเฉี่ยวมีอารมณ์ต่อต้านที่จะพูดถึงเรื่อง เหตุกาณ์คืนบาปพรหมพิราม บางคนก็ชินชา เนื่องจากเหตุเกิดนาน 40 ปี คนยุคนั้นหลายคนเสียชีวิตไปหมดแล้ว คนรุ่นลูกหลานแทบไม่รู้เรื่องเหล่านี้แล้ว แต่ก็มีสื่อพยายามนำไปโยงให้เป็นเหตุการณ์ใหม่ ทั้งที่คดีที่เกิด เป็นเหมือนข่าวอาชญากรรมทั่วไป คดีหนึ่งเท่านั้น ไม่อยากให้เป็นประวัติศาสตร์คดีอาชญากรรม เพราะคนอำเภอพรหมพิราม …อยากลืมไม่ต้องการให้พูดถึงอีกต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon