หน้าแรก ภูมิภาค สลด! ชายวัย 5...

สลด! ชายวัย 51 ปีเสียชีวิตคาแคร่ไม้หน้าบ้าน สภาพถูกฟันยับ ตร.เร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ สงสัยเพื่อนในวงเหล้า

8.09.17 | 13:49 น.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาบางแกรก รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต จากนางประนอม สีดำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านมะพร้าวสูง ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยร้อยตรีสมบูรณ์ อาจคำพันธ์ ผู้บังคับหมวดรักษาความสงบเรียบร้อยที่ 1 อำเภอหนองฉาง ร.4 พัน.1 พื้นที่ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี


ที่เกิดเหตุเป็นแคร่พักไม้ไผ่ตั้งอยู่บริเวณกอไผ่ใกล้กับทุ่งนา ห่างจากบ้านพักประมาณ 100 เมตร พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือนายไพฑูรย์ คลุ่ยทอง อายุ 51 ปี ในสภาพนอนตะแคงเสียชีวิตอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ สวมใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ตามร่างกายและบริเวณบนแคร่ไม้ไผ่โดยรอบตัวผู้ตายพบคราบเลือดจำนวนมาก ตามร่างกายพบบาดแผลและใบหน้าหลายแห่ง ลักษณะถูกฟันด้วยของมีคม ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง จึงได้เก็บพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อทำสำนวนดำเนินคดี

จากการสอบสวนนางก้อน กำยาน อายุ 50 ปี ภรรยาของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายซึ่งเป็นสามีของตนเองนั้นเป็นคนที่ชอบดื่มสุราเป็นประจำ โดยมักจะชอบออกไปดื่มเหล้านอกบ้าน และเมื่อวานที่ผ่านมา (7 กันยายน) เวลา 14.00 น. ตนเองได้ออกไปรอรถเพื่อที่จะเกี่ยวข้าว ขณะนั้นสามียังนอนหลับอยู่ และตนเองได้กลับมาถึงบ้านเวลาเกือบ 20.00 น. และกินข้าวอาบน้ำเข้านอน โดยไม่ได้มีความสงสัยอะไรเกี่ยวสามี

“เนื่องจากสามีเป็นคนชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ และเวลาเมาก็มักจะไม่ได้กลับบ้าน จะนอนที่บ้านของเพื่อนบ้านที่ดื่มเหล้ากันเป็นประจำ จนกระทั่งตื่นมาตอนวันนี้ หลังจากทำงานบ้านเสร็จจึงเดินไปหลังบ้านก็พบว่าสามีนอนเสียชีวิตเลือดท่วมตัวอยู่ จึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ และตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว” นางก้อนกล่าว

Advertisement

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ที่ก่อเหตุน่าจะเป็นผู้ที่รู้จักมักคุ้นกันกับผู้ตาย หรืออาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ชอบตั้งวงดื่มเหล้ากันเป็นประจำ โดยก่อนการก่อเหตุคาดว่าน่าจะอยู่ในอาการมึนเมากันอย่างเต็มที่ และคาดว่าอาจมีปากเสียงกัน ผู้ก่อเหตุจึงใช้มีดเหน็บความยาวประมาณ 1 ฟุต ซึ่งเป็นของผู้เสียชีวิตที่เสียบไว้อยู่บนแคร่ไม้ ซึ่งได้หายไปจากที่เกิดเหตุจ้วงแทงและฟันผู้ตายจนเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพอที่จะรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ตอนนี้ได้หลบหายตัวไป และจะได้เร่งนำตัวมาเพื่อสอบสวนดำเนินคดี ต่อไป