เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่วิมานพญาแถน อ.เมืองยโสธร วันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการ จ.ยโสธร เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิ จ.ยโสธร โดยมีนายกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตรจังหวัดยโสธร หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกร ให้การต้อนรับ ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิจากทุกอำเภอกว่า 50 ร้านค้า
นายกังสกาลกล่าวว่า ยโสธรเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของประเทศแหน่งหนึ่ง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิมีพื้นที่ปลูกกว่า 1 ล้านไร่ มีผลผลิตรวมประมาณ 480,000 ตันต่อปี มูลค่ากว่า 7,211 ล้านบาท โดยภาพรวมการส่งออกข้าวไทยมีการขยายตัวอัตราต่ำ เกิดจากการแข่งขันในการส่งออกกับต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า รวมทั้งเกิดการแข่งขันกันเองของผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิภายในประเทศ ส่วนใหญ่ประเทศไทยส่งข้าวคุณภาพดีร้อยละ 55 แต่ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพต่ำและปานกลางมีแนวโน้มสูงขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการแปรรูปข้าวให้สูงขึ้น ได้ข้าวสารปริมาณสูงขึ้นและได้คุณภาพตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เพิ่มความหลากหลายของการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิคุณภาพให้มากขึ้น พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสุขอนามัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ จะต้องมีการขับเคลื่อนและเชื่อมโยงระบบตลาดซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิให้ได้ปริมาณเพิ่มขึ้นและคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด
ด้านนายบุญธรรมกล่าวว่า ข้าวหอมมะลิเป็นผลผลิตสำหรับของ จ.ยโสธร แต่ว่าขณะนี้มีจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยก็ปลูกข้าวเช่นเดียวกันและพยายามแข่งขันในการปลูกข้าวสายพันธ์ต่างๆ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ เช่น จ.ร้อยเอ็ด, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ ส่วนใหญ่จังหวัดในภาคอีสานจะปลูกข้าวหอมมะลิเป็นจำนวนมาก หลายจังหวัดพยายามจะแข่งขันและส่งเสริมในเรื่องของกลิ่นข้าวหอมมะลิ แต่สิ่งสำคัญของข้าว จ.ยโสธร ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องความหอม แต่คนรับรู้ได้ด้วยการบริโภค นอกจากนี้ข้าวที่ชนะเลิศระดับประเทศของกระทรวงพาณิชย์ อยู่ใน อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร แต่คนไทยไม่ได้รับประทานเนื่องจากส่งเฉพาะต่างประเทศเท่านั้น
“ตนมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมโรงสีที่มีคุณภาพของ จ.ยโสธร โดยได้พูดคุยกับเจ้าของโรงสีพบว่าสิ่งที่เป็นปัญหาต่อเรื่องราคาและการแปรรูปข้าวก็คือขณะเก็บเกี่ยว เช่นเก็บแบบเร่งรีบเพราะกลัวฝน เก็บแบบเร่งรีบเพราะรถเกี่ยวมีเวลาจำกัด สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณภาพข้าวลดลง ทุกคนทราบดีว่าข้าวคุณภาพดีที่สุดต้องเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมืด เนื่องจากความแตกต่างของการเก็บเกี่ยวส่งผลต่อโรงสีในกระบวนการสีข้าว เพราะคนต่างชาติที่เดินทางมาดูงานที่โรงสีเขาต้องการข้าวที่ไม่ผ่านการอบเพื่อลดความชื้น เขาต้องการใช้วิธีทำธรรมชาติในการลดความชื้นเพราะว่าหากใช้เครื่องไล่ความชื้นกลิ่นข้าวหอมมะลิจะจางลง อยากจะบอกทุกคนว่าการสร้างความแตกต่างต้องเริ่มจากกระบวนการผลิตหากเราผลิตเหมือนคนอื่นราคาก็เท่ากัน แต่หากเราผลิตให้ดีหรือแตกต่างจากคนอื่นเราจะได้ราคาที่สูงขึ้น ดังนั้น กระบวนการผลิตใน จ.ยโสธร ตั้งเป้าหมายว่าต้องยกระดับสินค้าข้าวหอมมะลิไปสู่สินค้าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ต่อไปเพื่อแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น” นายบุญธรรมกล่าว

