ชาวบ้านใน จ.กาฬสินธุ์พื้นที่ประสบอุทกภัย 5 อำเภอ ตกอยู่ในอาการหม่นเศร้า เห็นสภาพนาข้าวเน่าเสียหาย จากนาข้าวเป็นผืนน้ำกว้าง เป็นเวลานานย่างเข้าสู่เดือนที่ 2 ด้านผู้นำชุมชนวอนเร่งเยียวยาชาวบ้านหลายคนหมดตัวเป็นหนี้สิน ขณะที่น้ำเริ่มเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น
เมื่อวันที่ 8 กันยายน จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.กาฬสินธุ์ หลังจากเขื่อนลำปาวลดระดับการระบายน้ำจากวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. พบว่าสถานการณ์ในพื้นที่ 5 อำเภอที่ประสบภัยน้ำท่วมคือ อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ และ อ.ฆ้องชัย ขณะที่สถานการณ์โดยทั่วไประดับน้ำเริ่มทรง บางจุดเริ่มลดระดับลงบ้าง แต่ภาพที่เกิดขึ้นคือร่องรอยความเสียหายทั้งในส่วนเส้นทางจราจร บ้านเรือน โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตร และการประมง ทั้งนี้ ทางจังหวัดโดยสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับท้องถิ่น ท้องที่ เร่งสำรวจความเสียหายและทำการประชาคม เพื่อให้การเยียวยาความเสียหายตามระเบียบของทางราชการต่อไป
นายนาคินทร์ ภูจ่าพล ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนยานาง หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากภาวะน้ำท่วมที่รุนแรงและยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุที่ทำให้ฝนตกหนักทั่วทุกพื้นที่ รวมถึงมวลน้ำจำนวนมากที่ไหลหลากเข้าเขื่อนลำปาว จนทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่ 2 ฝั่งลำน้ำพานและลำปาว และที่ยังท่วมระยะยาวคือพื้นที่เขตชลประทาน 5 อำเภอ กินเนื้อที่กว่า 3 แสนไร่ ในส่วนของ ต.ดอนสมบูรณ์ 14 หมู่บ้านได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งระดับน้ำได้เอ่อท่วมบ้านเรือน สถานที่ราชการ เช่น โรงพยาบาลตำบล โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และพื้นที่การเกษตร ที่เป็นไร่นา แปลงเกษตรเสียหายกว่า 7 พันไร่ ที่เมื่อเกิดสถานการณ์ดังกล่าวถึงแม้จะได้รับการช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน อาทิ ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาด สาธารณสุข มูลนิธิ จิตอาสาต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือด้านป้องกันภัย เฝ้าระวัง มอบถุงยังชีพ ให้กำลังใจ และผ่านวิกฤตมาได้เป็นการช่วยเหลือที่ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ด้านสภาพจิตใจต้องช่วยฟื้นฟูด้วย เพราะชาวบ้านเป็นเกษตรกรพื้นที่ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด อีกทั้งฤดูกาลผลิตข้าวนาปีในปีนี้ก็ไม่มีข้าวที่จะขาย ไม่มีรายได้ และทุกคนก็ยังไม่มีอาชีพอื่นๆ
“ขณะเดียวกัน ด้านสภาพจิตใจของชาวบ้านที่ประสบภัย ต่างได้รับความบอบช้ำมาก เนื่องจากเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เพราะชาวบ้านกู้ยืมเงินมาลงทุนในการทำนาและเลี้ยงปลา รายละหลายหมื่นบาท เมื่อรวมกับค่ารถไถนา ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าแรงงาน ไม่น้อยกว่าแสนบาทต่อราย หวังจะขายผลผลิตส่งคืนแหล่งเงินทุน แต่กลับถูกน้ำท่วมเสียหายหมดตัว จึงอยู่ในอาการโศกเศร้า สภาพจิตใจย่ำแย่ ทั้งนี้ หลังสำรวจพื้นที่เสียหายได้เริ่มทำการประชาคม เพื่อเสนอส่วนราชการให้ความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป”
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่หลายแห่งมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น น้ำลดหลายจุด แต่ปัญหาน้ำท่วมขังมีสภาพเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็น รวมทั้งน้ำประปาหมู่บ้านขุ่น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ให้กับชาวบ้านด้วย ส่วนสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาวยังมีปริมาณน้ำที่ร้อยละ 82 หรือประมาณ 1,624 ล้าน ลบ.ม. ที่มีการระบายน้ำวันละ 20 ล้าน ลบ.ม.

