เมื่อวันที่ 8 กันยายน ความคืบหน้าการเก็บกู้และพื้นฟู ลำห้วยสาขา และลำห้วยสามพาด จากอุบัติเหตุตัวพ่วงรถบรรทุก “สินแร่ทองแดง” จาก สปป.ลาว จะไปส่งที่ท่าเรือมาบตาพุด ตกลงไปในลำห้วยริมถนนมิตรภาพ บ.นาดี ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังจากเก็บกู้แร่ออกครั้งแรก ยังตรวจพบตะกอนดินในห้วย การปนเปื้อนชองโลหะหนัก 8 ชนิด รุนแรงในระยะ 300 ม. จึงมีคำสั่งให้ห้ามจับปลา และสัมผัสโคลน และให้ บ.เอส เค ที ทราน จก. ผู้ประกอบการขนส่งเก็บกู้และฟื้นฟูลำห้วย
นายมนต์สังข์ ภู่ศิริวัฒน์ ผอ.สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) อุดรธานี เปิดเผยว่า ตัวแทนของบริษัทฯขนส่งสินแร่ ได้เดินทางมารับทราบปัญหา ทั้งการลงพื้นที่ การประชุมร่วม และการหารือล่าสุดกลางสัปดาห์ สรุปว่าบริษัทฯจะต้องเสนอแผนเก็บกู้และฟื้นฟู ให้กับ ทสจ.อุดรธานี ภายในวันจันทร์ที่ 10 กันยายนนี้ เพื่อนำเข้าให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นพิจารณา ถ้าเห็นด้วยก็ต้องไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ก่อนลงมือตามแผนปฏิบัติงาน

“อุดรธานีได้เสนอให้ดำเนินการใน 300 ม. จากจุดเกิดเหตุลงไปตามลำห้วย ในช่วงนี้ทันทีเพราะมีความรุนแรง ด้วยการปิดกั้นเปลี่ยนทางน้ำไหล ทำการสูบน้ำในห้วยออกไปกำจัด จึงทำการลอกตะกอนดินออก และนำไปกำจัดเช่นกัน พร้อมกับการตรวจวิเคราะห์ก้นห้วยอีกครั้ง ว่ามีการปนเปื้อนอยู่หรือไม่ ขณะเดียวกันก็จะทำการเก็บตัวอย่าง ตะกอนดินในลำห้วยทุก 2 กม. เพื่อประเมินว่าจะต้องเก็บกู้หรือฟื้นฟูหรือไม่ และจะเสนอแผนจัดการอย่างไร ”
นายมนต์สังข์ กล่าวต่อว่า จากการหารือบริษัทฯได้เสนอร่างแผน ว่าจะจะใช้รถดูโคลนขนาดใหญ่ เข้ามาเก็บกู้ตะกอนดินก้อนห้วยออก แต่ติดปัญหาที่รถดูดโคลนมีสายดูดเพียง 60 เมตร จะสามารถเข้าไปทำงานได้ ที่จุดเกิดเหตุและปลายจุดฝายน้ำล้น รวมระยะทางนำตะกอนออกได้เพียง 120 เมตร ที่เหลือกำลังพิจารณาอีก 180 เมตร ซึ่งจะนำตัวอย่างตะกอนดินไปตรวจ วิเคราะห์ที่แล๊ปเอกชนที่ราชการรับรอง นำมาประกอบการตัดสินใจ
ด้าน นายสมหวัง พ่วงบางโพ รอง ผวจ.อุดรธานี ตอบข้อซักถามว่า อุดรธานียังไม่มีข้อมูลทั้งหมด ว่ารถบรรทุกสินแร่อะไรบ้าง และจำนวนมากน้อยแค่ไหน จากประเพื่อบ้านวิ่งผ่านอุดรธานี เพื่อไปยังท่าเรือทางภาคตะวันออก จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สอบถามจากหน่วยงานต้นทาง เพื่อมาพิจารณาร่วมกันป้องกัน ไม่ให้รถบรรทุกเกิดอุบัติเหตุ


