เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กันยายน กลุ่มผู้เสียหายในคดียักยอกทรัพย์รถยนต์ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี กว่า 10 รายนำโดยนางตวิษา แซ่แต้ อายุ 46 ปี นางยุพี พลายสิน 63 ปี 509/16 ถนนเพชรเกษม ต.ชะอำ นางนุสรา ทวีเขตกิจ อายุ 42 ปี 664/47 ต.ชะอำ นายสุพล ชมเชย 50 ปี 56/2 หมู่ 7 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ และนายฮารูณ พิศุทธิสาธร เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ยื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.สมเดช ฐิตะวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ขอให้ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรีตั้งคณะกรรมการติดตาม กำกับควบคุม และเร่งรัดการขยายผลดำเนินคดี กับผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดคดียักยอกทรัพย์รถยนต์ เนื่องจากเกรงว่าคดีจะล่าช้าและไม่ได้รับความเป็นธรรม
นางตวิษากล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำได้จับกุม น.ส.นัจจนันท์ หรือริน รัตน์เบญจนนท์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 267/4 หมู่ 7 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ ผู้ต้องหาในข้อหาความผิดยักยอกทรัพย์ และคดีออกเช็คเพื่อชำระหนี้โดยเจตนาจะไม่ให้ใช้เงินตามเช็ค(เช็คเด้ง) ตามหมายศาลจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมีพฤติกรรมเช่ารถจากผู้เสียหายจำนวนหลายสิบราย เป็นจำนวนรถยนต์มากถึง 57 คัน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท และนำรถที่เช่าไปจำนำกับเต็นท์รถและบุคคลอื่นแล้วหลบหนี มาดำเนินคดี แต่ต่อมาพบว่าผู้ต้องหามีการกระทำความผิดเป็นขบวนการ มีผู้ร่วมกระทำผิดจำนวนกว่า 10 ราย โดยพบว่าในจำนวนผู้ร่วมขบวนการมีผู้เกี่ยวข้องเป็นตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหาร ประกอบกับก่อนหน้านี้มีบุคคลที่เป็นที่รู้จักในพื้นที่ อ.ชะอำ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งได้ติดต่อมายังตนและกลุ่มผู้เสียหาย อ้างว่าสามารถติดตามนำรถยนต์กลับคืนมาได้โดยขอค่าประสานงานติดตามรถคันละ 50,000 บาท ตนซึ่งถูกผู้ต้องหายักยอกรถไป 6 คัน อยากได้รถคืนจึงโอนเงินให้จำนวน 180,000 บาท แต่ปรากฏหลังจากโอนเงินกลับไม่ได้รับรถคืนตามสัญญา โดยเจ้าของร้านอาหารได้บ่ายเบี่ยงมาตลอด จนทำให้รู้สึกว่าจะเป็นผู้ร่วมขบวนการทำผิดด้วย
นางตวิษากล่าวต่อว่า ตนและกลุ่มผู้เสียหายเกรงว่าคดีดังกล่าวอาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อ.ชะอำมีส่วนเกี่ยวข้อง อาจทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลให้ตนและกลุ่มผู้เสียหายอาจได้รับความล่าช้าและไม่ได้รับความธรรมในการดำเนินคดี จึงรวมตัวเดินทางมายื่นหนังสือร้องทุกข์ขอให้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรีแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง และแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อควบคุมกำกับดูแลคดีดังกล่าวด้วย
เบื้องต้น พ.ต.อ.สมเดชได้รับเรื่องไว้ และจะรายงานให้ พ.ต.อ.วิศาล รรท.ผบก.ภ.จว.เพชรบุรีทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

