หน้าแรก ภูมิภาค ปธ.สภาอุตสาหก...

ปธ.สภาอุตสาหกรรมประจวบฯข้องใจซ่อมถนนเพชรเกษมพัง หลังสร้างเสร็จเพียง 4 เดือน

10.09.17 | 13:58 น.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีปัญหาถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพมหานคร เส้นทางสายหลักขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ มีสภาพชำรุดตั้งแต่บริเวณจุดกลับรถแยกทางบ้านวังด้วย ต.ห้วยทราย อ.เมืองฯ ถึงแยกทางเข้าจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ( กม.) และอยู่ระหว่างการซ่อมจากบริษัทผู้รับเหมา หลังจากกรมทางหลวงใช้งบประมาณเพื่อรื้อผิวการจราจรเก่าออกทั้งหมดและก่อสร้างใหม่ตามาตรฐานวิศวกรรม โดยมีการตรวจรับงานเสร็จสิ้นไม่เกิน 4 เดือน แต่พบว่าถนนเพชรเกษมชำรุดโดยสภาพเป็นหลุมและรอยร้าวนั้น จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามีสภาพถนนทั้งขาเข้า กทม.และขาล่องใต้ชำรุดอีกหลายจุดในพื้นที่ อ.ทับสะแก อ.กุยบุรี และ อ.สามร้อยยอด รวมทั้งบริเวณสะพานบางแห่งบริเวณถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม.ใกล้กับสำนักงานขนส่งจังหวัดมีปัญหาผิวจราจรทรุดเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุ


“หลังจากถนนทรุดได้สร้างความแปลกใจให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งอาจจะมีปัญหาจากการใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีรถบรรทุกน้ำหนักเกิน 25 ตันใช้เส้นทาง หลังจากก่อนหน้านี้ถนนเพชรเกษมที่ผ่าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ชำรุดทั้งสายมานานกว่า 7 ปี และ ที่ผ่านมารัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสซ.) ได้จัดสรรงบประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อทำการก่อสร้างใหม่เสร็จสิ้นไม่นาน นอกจากนั้นทราบว่ายังมีถนนเพชรเกษมบางช่วง ยังไม่มีการก่อสร้างใหม่ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างว่างบประมาณมีไม่เพียงพอ ดังนั้นสภาอุตสาหกรรมจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน( กรอ.) ระดับจังหวัดแจ้งไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขอให้จัดสรรงบเพิ่มโดยด่วน และเนื่องจากถนนดังกล่าวรับน้ำหนักได้เพียง 25 ตัน ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องตรวจสอบทั้งมาตรฐานการก่อสร้างใหม่และการตรวจสอบรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่ใช้เส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง” นายนิพนธ์ กล่าว

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานแขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ขณะนี้กรมทางหลวงได้สั่งกำชับให้หน่วยงาสนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเร่งตรวจสอบปัญหาถนนเพชรเกษมชำรุด หลังจากได้รับรายงานข้อเท็จจริง จากนั้นมีการเรียกประชุมทุกฝ่ายเพื่อกำชับให้ผู้รับเหมาเร่งซ่อมให้กลับสูสภาวะปกติโดยเร็ว และทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้ยอมรับว่า การก่อสร้างดังกล่าวกรมทางหลวงได้ส่งช่างควบคุมงานมาจากส่วนกลาง ไม่มีการมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดร่วมตรวจสอบสภาพถนนหลังมีการก่อสร้างเสร็จแต่อย่างใด