เมื่อวันที่ 12 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี สั่งการให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ประสานการปฏิบัติงานกับ ผอ.ชลประทาน ทุกหน่วยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อเปิดบานประตูระบายน้ำ 7 บาน และเดินเครื่องสูบน้ำ 37 เครื่อง เพื่อไม่ให้ท่วมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และไม่ให้ไหลเข้าท่วม กทม. อีกทั้งยังเป็นการรองรับการแบ่งน้ำจาก กทม.

โดยวันนี้สามารถระบายน้ำได้ ดังนี้ 1.ระบบคลองรังสิต ฝั่งตะวันตก ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา ระบายเท่าเดิมที่ 2.59 ล้าน ลบ.ม. 2.คลองเปรมประชากร ฝั่งใต้ สูบแบ่งน้ำจากฝั่งดอนเมือง กทม. ระบายลงคลองรังสิต วันนี้หยุดสูบ 3.คลองหกวาสายล่าง สูบน้ำจากฝั่งลำลูกกา ปทุมธานี และ ฝั่งสายไหม, คลองสามวา, หนองจอก กทม. ผันไปทางตะวันออก ระบายเท่าเดิมที่ 1.30 ล้าน ลบ.ม. 4.ระบบสูบริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นเป็น 3.99 ล้าน ลบ.ม. 5.ระบบคลองระพีพัฒน์แยกใต้ (คลองสิบสาม) ระบายผ่านคลองรังสิตฝั่งตะวันออกและคลองหกวาสายล่าง ผันไปทางตะวันออก ผ่านแม่น้ำนครนายก, บางปะกง ลงสู่อ่าวไทย เพิ่มขึ้นเป็น 3.42 ล้าน ลบ.ม. รวมน้ำที่พร่องได้เมื่อวานนี้ 11.30 ล้าน ลบ.ม. (เพิ่มขึ้น) ช่วยระบายน้ำให้ กทม. 1.30 ล้าน ลบ.ม.(ข้อ2+ข้อ3) จะบริหารการพร่องน้ำต่อเนื่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและปลอดภัย
ทั้งนี้ นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้มอบหมายและกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการคับขันเกิดขึ้น ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

