เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 กันยายน พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 และ ผบ.กกล.รส.ทภ.3 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นเข้าร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบช.ภ.6 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายตำรวจใน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมรับฟังรายงานสรุปเหตุการณ์และความคืบหน้าคดีดังกล่าวที่ ศปก.สภ.หล่มเก่า ภายหลังเสร็จสิ้น คณะพล.ท.วิจักขฐ์ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บริเวณสามแยกเข้าภูทับเบิก ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างหมู่ 16 บ้านทับเบิก และหมู่ 18 บ้านดอยน้ำเพียงดิน และอุทยานภูหินร่องกล้า โดยมี พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผบ.กกล.รส.จ.เพชรบูรณ์ และนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และพล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ นำลงพื้นที่จุดเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งยังมีการปิดกั้นและห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในบริเวณดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว พ.ท.อมร พิมพ์สี ผบ.ช.พัน.8 ได้นำเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด(EOD) รายงานสรุปถึงการตรวจสอบและการเก็บกู้หลักฐานรวมทั้งจุดที่พบชิ้นส่วนวัตถุระเบิด ที่จะนำไปสู่การไขคดีดังกล่าว หลังจากพบพยานหลักฐานจนทำให้เชื่อมโยงไปถึงเป้าหมายการลอบวางระเบิดของคนร้าย ซึ่งต้องการสังหารเจ้าหน้าที่ โดยมีการดัดแปลงกระสุนคอเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ทั้งนี้ พล.ท.วิจักขฐ์นอกจากจะตรวจพื้นที่อย่างละเอียดแล้ว ยังเดินฝ่าพงหญ้าเข้าไปตรวจสอบถึงจุดที่เจ้าหน้าที่ EOD พบสายไฟฟ้า ซึ่งได้กลายเป็นกุญแจสำคัญกรณีคนร้ายจุดชนวนระเบิดด้วยวิธีใด และยังให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ EOD อีกด้วย
ข่าวแจ้งว่า พล.ท.วิจักขฐ์ได้ให้ข้อแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ชุด EOD โดยตั้งข้อสมมติฐานถึงคนร้าย หากวางระเบิดแบบระบบจุดเอง จะต้องหาให้ได้ใช้พลังงานแบบไหน และใช้อะไรเป็นตัวจุดกระแสไฟฟ้า หากใช้แบตเตอรีใช้แล้วทิ้ง ก็ต้องตรวจดูว่ามีซากหลงเหลือหรือไม่ และต้องเปลี่ยนของใหม่ เพราะหน้าฝนต้องใช้โวลต์สูงพอสมควร หากจะบอกว่าดึงสายแล้วขาดคนร้ายก็จะทิ้งร่องรอยและหลักฐานไว้โดยเฉพาะยิ่งเป็นวางแบบประณีตกับกอหญ้า จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ชุด EOD พยายามตรวจสอบให้เจอ เพราะในความมั่นใจของชุด EOD เชื่อว่าใช้ระบบจุดด้วยไฟฟ้า จึงต้องไปวิเคราะห์ว่าจุดโดยคนร้ายหรือจุดโดยเหยื่อด้วย โดยสภาพพื้นที่เชื่อว่ามีการทิ้งร่องรอยไว้เยอะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนพล.ท.วิจักขฐ์จะออกจากบริเวณสถานที่เกิดเหตุ ได้กล่าวฝากสื่อมวลชนโดยขอให้ใครก็ตาที่มีหลักฐานหรือข้อมูลขอให้ช่วยส่งให้เจ้าหน้าที่ด้วย โดยแม่ทัพภาค 3 ไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ แก่สื่อมวลชน
ด้านแหล่งข่าวจากฝ่ายสืบสวนระบุว่า แนวทางการสอบสวนขณะนี้ให้น้ำหนักและพุ่งไปที่ประเด็นความขัดแย้งในเรื่องการรื้อรีสอร์ตบนภูทับเบิก เพราะจุดวางระเบิดใกล้กับจุดตั้งศูนย์อำนวยการและยังเป็นจุดรวบรวมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งป่าไม้ ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองก่อนจะเปิดปฎิบัติการเข้ารื้อถอนรีสอร์ต ส่วนผู้ต้องสงสัยเป็นใครหรือคนกลุ่มไหนนั้น ตอนนี้ทั้งฝ่ายความมั่นคงและพนักงานสอบสวนพยายามตีกรอบกำชับเข้าหา โดยพยายามหาพยานหลักฐาน โดยพยายามใช้นิติวิทยาศาสตร์เข้าไปเชื่อมโยงและตรวจพิสูจน์เพื่อยืนยันตัวคนคนร้ายรายนี้ให้ได้

