เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพท้องฟ้าในจังหวัดเชียงราย ยังคงมีสภาพขมุกขมัวหลังจากหมอกควันที่เกิดจากการเผาเริ่มเข้าปกคลุมถึงแม้ว่าปริมาณค่าฝุ่นละอองในอากาศไม่เกิน 10 ไมครอน คือ ค่า pm-10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายวัดได้ 81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งถ้าเทียบกับปีที่แล้วพบว่าม่สภาพอากาศที่ดีกว่ากันเพราะในเดียวกันปี 2558 พบว่ามีค่าฝุ่นละอองในอากาศสูงถึง 197 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 2 ประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย, พะเยา, แพร่ และน่าน ได้ร่วมกันรณรงค์ครั้งใหญ่ในการแก้ไขปัญหาภัยทุกชนิดและเรื่องการแก้ปัญหาหมอกควันโดยมีการประกาศสัตยาบันร่วมกันหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงรายมาตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2558 และตามมาด้วยมาตรการคุมเข้มงดการเผาทุกชนิดภายใน 60 วันเริ่มตั้งแต่ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559- วันที่ 16 เมษายน 2559 เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าและการเผาในที่โล่งประจำปี 2559 ถ้ามีการเผาขยะ เศษกิ่งไม้ใบไม้ และการเผาในที่โล่งทุกชนิดในพื้นที่ชุมชน ก่อเหตุรำคาญต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุขปี 2535
และหากประชาชนมีความจำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเผาวัชพืชในที่ดินทำกิน ขอให้ผู้ครอบครองที่ดินทำแนวกันไฟพร้อมแจ้งขออนุญาตจากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่ เพื่อประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ในการควบคุมมิให้ไฟลุกลามเข้าไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติมีไฟลุกลามเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 150,000 บาท ที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดหลายรายในอำเภอแม่สรวย จึงทำให้สถานการณ์หมอกควันเชียงรายในปีนี้เบาบางกว่าปีก่อน แต่อย่างไรก็ดีมิได้ไว้วางใจ เพราะพบว่าขณะนี้ที่อำเภอแม่สายมีรายงานว่า ปริมาณค่าฝุ่นละอองในอากาศที่อำเภอแม่สายสูงถึง 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังไม่เกินค่ามาตรฐาน
อย่างไรก็ดีทางจังหวัดเชียงรายโดยนายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ประสานงานไปยังหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 2 คณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมาได้ประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอความร่วมมือในการงดการเผาในช่วงนี้อีกทั้งในวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในวันนั้นจังหวัดเชียงรายจะระดมกำลังกำลังอาสาสมัครนับหมื่นคนจัดกิจกรรมป้องกันภัยพิบัติต่างๆ และป้องกันการเผาทุกพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะการทำความเข้าในคนในพื้นที่ที่ อปพร.ท่านนั้นอาศัยอยู่ให้ตระหนักถึงพิษภัยการเผา นอกจากจะกระทบต่อสุขภาพร่างกายของตัวท่านเองแล้วยังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายด้วย.

